
เชื่อหรือไม่? มหาเศรษฐีชื่อดังระดับโลกอย่าง Bill Gates, Richard Branson และ Jack Dorsey ทั้ง 3 คนนี้พวกเขามี 2 สิ่งที่เหมือนกัน คือ 1.พวกเขาเป็นมหาเศรษฐี 2.พวกเขา “นั่งสมาธิ” เป็นประจำ โดยในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาเคยแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการฝึกนั่งสมาธิไว้ดังนี้
บิล เกตส์ (Bill Gates): ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์เขาเริ่มหันมาสนใจการ “นั่งสมาธิ” จนกลายเป็นนิสัยมาตั้งแต่ ปี 2018 โดยเขานั่งสมาธิ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 10 นาที เขายอมรับว่ามันช่วยให้เขาคิดสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังค้นพบว่า การทำสมาธิเป็น “การออกกำลังกายทางจิตใจ” ซึ่งสำคัญพอๆ กับการออกกำลังกายทางร่างกาย
ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson): ผู้ก่อตั้ง Virgin Group เขามีความหลงใหลกับกิจวัตรยามเช้าของเขาที่เริ่มต้นตั้งแต่ตี 5 ในแต่ละวัน ด้วยการออกกำลังกายและการนั่งสมาธิ ในช่วงแรกๆ เขายอมรับว่าตัวเองยังใหม่กับการทำสมาธิ แต่ “แซม” ลูกชายของเขาฝึกฝนมันเป็นประจำ จึงทำให้เขาหันมาฝึกมันอย่างจริงจัง โดยเขาเริ่มฝึกทำสมาธิมาตั้งแต่ช่วงปี 2017-2018
แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey): อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น X) เขามีกิจวัตรตอนเช้าที่เข้มงวดเริ่มตั้งแต่ตี 5 ซึ่งรวมถึงการทำ “สมาธิแบบวิปัสสนา” เป็นเวลา 1 ชั่วโมงในตอนเช้า และอีก 1 ชั่วโมงในตอนกลางคืน เขาอธิบายว่าการทำสมาธิทำให้เขามีความชัดเจนทางจิตมากขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คำถามต่อมาคือ ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตถึงขั้นเป็นมหาเศรษฐีชื่อดัง ถึงสนใจเรื่องการ “นั่งสมาธิ” และมันมีข้อดีอย่างไรในแง่วิทยาศาสตร์? เรื่องนี้มีคำตอบจาก ดร.โคลอี คาร์ไมเคิล (Chloe Carmichael) นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบอนุญาต ในนิวยอร์กซิตี้ สหรัฐอเมริกา อธิบายไว้ว่า การทำสมาธิสามารถปรับปรุงคุณภาพความคิดและอารมณ์ได้ เธอค้นพบว่า กลุ่มคนที่ฝึก “นั่งสมาธิ” เป็นประจำนั้น พวกเขามักจะจัดการกับความวิตกกังวลได้แตกต่างจากคนทั่วไป โดยความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดประการหนึ่ง คือ พวกเขามักจะรู้วิธีเปลี่ยนความวิตกกังวลให้กลายเป็นแหล่งพลังงาน แทนที่จะมองว่ามันเป็นอุปสรรคเพียงอย่างเดียว
ดร.โคลอี ชี้ชวนให้สังเกตว่า เหล่าบรรดาคนดังที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายคน เช่น นักกีฬาทีมชิคาโก้ คับส์, ศิลปินแร็ปเปอร์ 50 Cent, นักแสดงหญิง Lena Dunham, นักร้อง Katy Perry, ผู้บริหาร Twitter ไปจนถึงบุคลากรของ Google ทนายความ นักข่าว นักการเมือง และอื่นๆ อีกมากมาย พวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน และพวกเขาใช้การ “ทำสมาธิ” เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาชีวิต สำหรับประโยชน์ของการทำสมาธิในแง่จิตวิทยา ดร.โคลอี บอกว่า การนั่งสมาธิเป็นการออกกำลังกายทางจิต หากฝึกทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง (แนะนำ 5-10 นาทีต่อวัน) จะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติที่เราทุกคนต้องการ เช่น เพิ่มโฟกัสต่อสิ่งต่างๆ, มีทัศนคติที่ดี (รู้สึกขอบคุณ) ต่อสิ่งต่างๆ, ปรับปรุงการเชื่อมโยงกับผู้คน, เพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่จะเพิ่มความได้เปรียบของคุณ ทั้งในแง่การใช้ชีวิต การเข้าสังคม และหน้าที่การงานส่วนประโยชน์ในแง่วิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพร่างกาย มีข้อมูลจากหลากหลายงานวิจัยพบว่า การทำสมาธิและการเจริญสติ สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น สามารถลดความดันโลหิต เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน และเชื่อมโยงส่วนสำคัญของสมองที่เกี่ยวข้องกับความสนใจการตระหนักรู้ในตนเอง ความเห็นอกเห็นใจ และช่วยลดความเครียด เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=761801882652067&set=a.605386548293602
Leave a Reply