
ปวดหัวคิ้ว คืออาการปวดบริเวณหัวคิ้วข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง ซึ่งอาจเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น ไมเกรน ไซนัสอักเสบ โดยอาการปวดหัวคิ้วอาจมีลักษณะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุโดยบางรายอาจมีอาการปวดหัวคิ้วเพียงชั่วคราวแต่บางรายอาจมีอาการเกิดขึ้นนานอย่างต่อเนื่อง ปวดหัวคิ้วมักเป็นอาการที่ไม่อันตรายแต่ในบางครั้งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ โดยอาการปวดหัวคิ้วที่เกิดจากสาเหตุบางประการอาจดีขึ้นได้ด้วยการดูแลตัวเองและไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยตรง แต่หากอาการปวดหัวคิ้วเกิดขึ้นบ่อยหรือเกิดพร้อมกับอาการผิดปกติบางอย่างควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวคิ้ว ปวดหัวคิ้วเป็นอาการที่มักเกิดจากปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น 1. ปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัว (Tension Headaches) ปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัวเป็นอาการปวดที่เกิดขึ้นเมื่อรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะซึ่งอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า คอ และหนังศีรษะตึงตัวโดยผู้ที่มีอาการปวดหัวจากกล้ามเนื้อตึงตัวอาจรู้สึกปวดหัวคิ้ว หน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอยโดยอาการปวดหัวคิ้วลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ และอาจดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อนหรืออาจเกิดขึ้นนานประมาณ 30 นาทีหรือต่อเนื่องนานกว่านั้น 2. ไมเกรน เป็นภาวะที่ทำให้มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงบริเวณศีรษะข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง ซึ่งอาจทำให้รู้สึกปวดหัวคิ้วได้เช่นกันนอกจากอาการปวดหัวแล้ว ยังอาจมีอาการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น คลื่นไส้อาเจียนไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่น โดยไมเกรนมักเกิดขึ้นจากหลากหลายปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้น เช่น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ร่างกายอ่อนเพลีย การอยู่ในบริเวณที่มีแสงจ้า 3. ตาล้า อาการตาล้า อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การใช้สายตาจ้องมองคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นเวลานานการทำงานในบริเวณที่มีแสงจ้าหรือมีแสงน้อย ซึ่งอาจส่งผลให้ตาแห้งและมีอาการตาล้าอื่นๆ เช่น ปวดหัวคิ้ว ปวดตา ตามัว มีน้ำตาไหล 4. ไซนัสอักเสบ ไซนัสอักเสบ อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มีอาการปวดหัวคิ้ว โดยสาเหตุอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น ภมิแพ้ ไข้หวัด ซึ่งอาจส่งผลให้ภายในไซนัสบวม และอาจทำให้รู้สึกปวดบริเวณต่างๆ เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รอบดวงตา โหนกแก้ม5. ปวดหัวแบบคลัสเตอร์ (Cluster Headache) ปวดหัวแบบคลัสเตอร์เป็นอาการปวดหัวข้างเดียวอย่างฉับพลัน อีกทั้งยังอาจทำให้รู้สึกปวดบริเวณอื่นๆ เช่น หัวคิ้ว หน้าผาก หรือรอบดวงตา โดยอาการปวดหัวแบบคลัสเตอร์อาจเกิดขึ้นประมาณ 15 นาที หรืออาจนานถึง 3 ชั่วโมง โดยอาการปวดแต่ละครั้งอาจเกิดขึ้นติดต่อกันทุกวันหรือติดต่อกันหลายสัปดาห์ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น อากาศร้อน การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ 6. ต้อหิน ต้อหินเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นเมื่อความดันภายในตาสูงขึ้น และทำให้เส้นประสาทตาเสียหาย ซึ่งอาจนำมาสู่อาการต่าง ๆ เช่น ปวดหัวคิ้ว ปวดหัว ปวดตา ปวดหน้าผาก ตามัว คลื่นไส้ อาเจียน หากมีอาการของต้อหิน ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษา เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ ต้อหินอาจนำไปสู่อาการตาบอดได้ 7. หลอดเลือดแดงขมับอักเสบ หลอดเลือดแดงขมับอักเสบเป็นภาวะที่ผนังหลอดเลือดแดงบริเวณศีรษะเกิดการอักเสบ ซึ่งการอักเสบอาจทำให้เส้นเลือดแดงบวมและตีบตัน จึงอาจทำให้เลือดไหลผ่านบริเวณดังกล่าวลดลง โดยอาจสังเกตภาวะหลอดเลือดแดงขมับอักเสบได้จากอาการต่างๆ เช่น ปวดหัวคิ้ว ปวดขมับ ปวดกราม มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น เจ็บบริเวณหนังศีรษะ ควรรีบไปพบแพทย์ หากมีอาการหลอดเลือดแดงขมับอักเสบเกิดขึ้น เพราะภาวะนี้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตราย เช่น ตาบอด โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) วิธีการรักษาอาการปวดหัวคิ้วอย่างเหมาะสมอาการปวดหัวคิ้วสามารถรักษาเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ด้วยการพักผ่อน และกินยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอล ยาไอบูโพรเฟน ยาแอสไพริน นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการปวดหัวคิ้วยังสามารถดูแลตัวเองด้วยวิธีต่างๆเพื่อป้องกันไม่ให้อาการปวดหัวคิ้วรุนแรงขึ้น เช่น ใช้นิ้วมือนวดเบาๆ เป็นวงกลมบริเวณใบหน้า หัวคิ้ว รอบดวงตา หรือขมับ ผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนหรือครอบครัวหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ต่างๆที่อาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ รวมไปถึงมลภาวะต่างๆและฝุ่นควัน ซึ่งอาจทำให้อาการไซนัสอักเสบรุนแรงขึ้นนอนหลับภายในห้องที่มืดไม่มีเสียงรบกวนและอาจประคบเย็นบริเวณหน้าผากหรือดวงตาเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวคิ้วหรือปวดหัวที่เกิดจากไมเกรนงดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์หากอาการปวดหัวคิ้วไม่ดีขึ้น หากอาการปวดหัวคิ้วไม่ดีขึ้น อาการปวดหัวคิ้วมีอาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรืออาการปวดหัวคิ้วเกิดขึ้นร่วมกับปัญหาในการมองเห็นควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสม โดยแพทย์อาจทำการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาตามสาเหตุของอาการปวดหัวคิ้วต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.pobpad.com/
Leave a Reply