
เป็นเรื่องปกติที่ใครหลายคนอาจเกิดความรู้สึก “เอ็นดู” เมื่อได้พบเจอเด็กน่ารักๆ แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งเด็กเหล่านี้อาจกำลังตกเป็นเหยื่อของการก่อ “อาชญากรรมทางเพศ” โดยผู้ที่มีอาการ “ใคร่เด็ก” ซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางจิต (Psychiatric Disorder) โดยผู้ที่มีอาการดังกล่าวมักจะแสดงออกว่ามีความรักหรือชอบในตัวเด็ก แต่ความจริงแล้วเป็นความรู้สึกที่เกินพอดี และต้องการนำเด็กมาใช้เป็นเครื่องมือบำบัดอารมณ์ทางเพศของตน
.
“โรคใคร่เด็ก” มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า “พีโดฟิเลีย” (Pedophilia) หรือที่หลายคนมักเรียกกันว่า “เปโด” มาจากคำว่า paedo แปลว่า เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันกับเด็ก และคำว่า phile แปลว่าความรักหรือความชอบ โดยผู้ที่มีอาการของโรคดังกล่าวจะมีพฤติกรรมฝักใฝ่ทางเพศหรือล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก ซึ่งส่วนมากจะเป็นเด็กในกลุ่มวัยก่อนเริ่มเจริญพันธุ์ ไปจนถึงเด็กอายุ 13 ปี ถือเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดอาชญากรรมทางเพศที่มีต่อเด็ก
วิธีสังเกตพฤติกรรมคนรอบตัวเข้าข่าย “โรคใคร่เด็ก” หรือไม่?
โดยส่วนมากแล้วผู้ที่ป่วยเป็นโรคใคร่เด็ก เมื่อมีโอกาสมักจะพยายามเข้าหาเด็กที่อายุยังน้อย เพื่อทำความรู้จักและใช้เวลาร่วมกับเด็กให้มากที่สุด ทำให้เด็กเกิดความคุ้นเคยและไว้วางใจ และหลังจากนั้นจึงจะเริ่มล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งผู้ปกครอง ครู รวมไปถึงผู้ที่มีความใกล้ชิดกับเด็ก สามารถสังเกตพฤติกรรมกลุ่มคนที่พยายามเข้าหาเด็กได้ว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ ดังนี้
1. พยายามสร้างความสัมพันธ์กับเด็กมากผิดปกติ
2. เริ่มสร้างความพึ่งพาเพื่อให้เด็กรู้สึกว่าเขาคือที่พึ่ง
3. พูดจาในแง่ลบเพื่อทำให้เหยื่อเริ่มรู้สึกแย่
4. มีพฤติกรรมก้าวข้ามขอบเขตที่ไม่เหมาะสมจนเห็นได้ชัด
5. มีพฤติกรรมหรือแสดงท่าทีหึงหวงและควบคุม
แม้ว่าโรคใคร่เด็กจะเป็นหนึ่งในอาการทางจิตที่มีความรุนแรงและส่งผลเสียต่อสังคมเป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ ถ้าหากผู้ป่วยไม่ยินยอม คนรอบตัวนั้นก็จำเป็นอย่างมากในการเกลี้ยกล่อมให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา สำหรับการรักษานั้นจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเท่านั้น เพื่อหาสาเหตุของปัญหาและรักษาให้ตรงจุด ปรับพฤติกรรมให้เป็นปกติ และอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ ซึ่งการรักษาอาจทำได้โดยการใช้ยารักษาโรคทางจิตเวชตามความเหมาะสม, การทำพฤติกรรมบำบัด และ การทำจิตบำบัดระดับลึก เป็นต้น และที่สำคัญสังคมต้องตระหนักว่า “ใคร่เด็ก” ไม่ใช่ความรักหรือรสนิยม แต่เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้เกิดอาชญากรรมในสังคมมากกว่า ที่คิด
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=699234968908759&set=a.605386548293602
Leave a Reply