
เชื้อมาลาเรียเกิดจากปรสิต 2 กลุ่ม คือ 𝘗𝘭𝘢𝘴𝘮𝘰𝘥𝘪𝘶𝘮 𝘧𝘢𝘭𝘤𝘪𝘱𝘢𝘳𝘶𝘮 และ 𝘗. 𝘷𝘪𝘷𝘢𝘹 นักโบราณคดีทำการตรวจวิเคราะห์ DNA จากฟัน โดยฟันของมนุษย์สามารถเก็บรักษาร่องรอยโรคที่อยู่ในเลือดในขณะที่เสียชีวิตได้ ซึ่งนักวิจัยจาก 80 สถาบันได้รวบรวมข้อมูลจีโนมจากผู้ติดเชื้อมาเลเรีย 36 รายซึ่งครอบคลุมประวัติศาสตร์มนุษย์กว่า 5,500 ปีใน 5 ทวีป จากการศึกษาเราพบว่ามาลาเรียเป็นโรคประจำถิ่นของทวีปอเมริกา โดยทีมได้วิเคราะห์ DNA ผู้ติดเชื้อจากพื้นที่สูงที่ตั้งอยู่ในป่าอันห่างไกลทางตะวันออกของเทือกเขาแอนดิสพบว่าเชื้อมาลาเรียในอเมริกามีรหัสพันธุกรรมตรงกันกับ P. vivax ของชาวยุโรปจึงสรุปได้ว่า มาลาเรียเข้าสู่อเมรืกาผ่านการล่าอาณานิคมเชื้อมาลาเรียเข้ามาสู่ยุโรปครั้งแรกในช่วงสงคราม 80 ปี โดยพบการระบาดในแถบเมดิเตอร์เรเนียนก่อนจะแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั้งนี้ในช่วงยุคสมัยใหม่ของยุโรปพบการระบาดของ P. falciparum ที่มีความรุนแรงมากกว่าสิ่งหนึ่งที่ทีมวิจัยตกใจมากคือการพบการระบาดของมาเลเรียบริเวณหุบเขาของประเทศเนปาลที่ระดับความสูง 2,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลด้วยสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศนี่ไม่น่าพบการระบาด นี่จึงเป็นสิ่งที่น่าตกใจเป็นอย่างมากโดยนักวิจัยคาดว่าการระบาดนี่อาจมากับการค้าเนื่องจากที่แห่งนี่คือทางผ่านที่สำคัญก่อนเข้าสู่อนุทวีปปัจจุบันประสบการณ์ของมนุษย์กับโรคมาลาเรียอยู่ในจุดเปลี่ยนด้วยความก้าวหน้าในการควบคุมยุงและการรณรงค์ด้านสาธารณสุขที่ร่วมมือกันทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมาลาเรียลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตามการอุบัติของเชื้อดื้อยากำลังทำให้สถานการณ์การระบาดที่กำลังดีขึ้นให้ทุเลาหนักมากกว่าเดิมอีกหนึ่งข้อมูลที่ทีมวิจัยทราบคือการเดินทางสัญจรเป็นสาเหตุที่ทำให้มาลาเรียมีการระบาดไปทั่วโลกเหมือนโลยุคปัจจุบัน ที่ทำให้ประเทศและภูมิภาคที่ปราศจาก มาเลเรียเสี่ยงต่อการกลับมาระบาดอีกครั้งในปัจจุบัน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/theprincipiaco
Leave a Reply