กรอบความคิดจะพาชีวิตคุณไปทางไหน?

เคยไหม? รู้สึกเหมือนชีวิตวนลูป ‍ทำงานหนักแต่ไม่รวย ตั้งเป้าหมายไว้ก็ไม่เคยสำเร็จ รู้ไหมว่า สาเหตุอาจมาจาก “กรอบความคิด” ของเรานั่นเอง กรอบความคิดเปรียบ เสมือนแว่นตาที่เราสวมใส่กรองสิ่งที่เราเห็นตีความสิ่งที่เจอ และส่งผลต่อการตัดสินใจ แล้วกรอบความคิดแบบไหนที่จะช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น? กรอบความคิด 4 คู่ ที่คุณเลือกได้ คู่ที่ 1. กรอบความคิดแบบเติบโต / กรอบความคิดแบบตายตัว – กรอบความคิดแบบเติบโต เชื่อว่าความสามารถพัฒนาได้ เรียนรู้จากประสบการณ์ มองอุปสรรคเป็นโอกาส มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง Ex. “ฉันอาจจะไม่เก่งเลขตอนนี้ แต่ถ้าฉันฝึกฝน ฉันก็เก่งขึ้นได้แน่นอน” “งานนี้อาจจะยาก แต่ถ้าฉันลองทำฉันอาจจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้” “ฉันอาจจะแก่แล้ว แต่ฉันก็ยังมีเวลาเรียนรู้อะไรใหม่ๆได้อีก” – กรอบความคิดแบบตายตัว เชื่อว่าความสามารถเป็นสิ่งที่ติดตัวมา ไม่ยอมเรียนรู้สิ่งใหม่ กลัวความผิดพลาด ยอมแพ้ต่ออุปสรรค Ex. “ฉันไม่เก่งเลข เรียนยังไงก็ไม่เข้าใจ” “งานนี้ยากเกิน ฉันทำไม่ได้หรอก” “ฉันแก่แล้ว คงเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไม่ได้” คู่ที่ 2. กรอบความคิดแบบเปิดรับ/ กรอบความคิดแบบปิดกั้น – กรอบความคิดแบบเปิดรับ ยืดหยุ่น ปรับตัวเก่ง ‍เรียนรู้จากผู้อื่น มองโลกในแง่ดี กล้าเผชิญความท้าทาย Ex. “ฉันยินดีรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น เพื่อนำมาพัฒนาตัวเอง” “ฉันอยากลองทำอะไรใหม่ๆ เผื่อจะเจอสิ่งที่ตัวเองชอบ” “ฉันเชื่อว่าโลกนี้ยังมีคนดีๆอยู่และฉันจะเจอคนเหล่านั้น” – กรอบความคิดแบบปิดกั้น ดื้อรั้น ยึดติดกับความคิดตัวเอง ไม่ฟังความคิดเห็นผู้อื่น มองโลกในแง่ร้าย ระแวง หวาดระแวง Ex. “ฉันรู้ดีที่สุด ไม่ต้องมาสอนฉัน” “วิธีของฉันดี ที่สุด วิธีอื่นไม่มีทางดีกว่า” “คนสมัยนี้ไม่น่าไว้ใจ เชื่อใครไม่ได้” คู่ที่ 3 กรอบความคิดแบบส่งเสริม/ กรอบความคิดแบบสกัดกั้น – กรอบความคิดแบบส่งเสริม มองหาโอกาส ลงมือทำ ️ คิดบวก มองโลกในแง่ดี เชื่อมั่นในตัวเอง Ex. “ฉันมองหาโอกาสอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาตัวเองและธุรกิจ” “ฉันไม่กลัวความผิดพลาด เพราะฉันรู้ว่าฉันเรียนรู้จากมันได้” “ฉันเชื่อมั่นในตัวเองว่าฉันสามารถประสบความสำเร็จได้” – กรอบความคิดแบบสกัดกั้น มองหาแต่ปัญหา กลัวความเสี่ยง ไม่กล้าลงมือทำ มองข้ามโอกาส Ex. “ลงทุนอะไรก็เสี่ยง เดี๋ยวก็เจ๊ง” “ฉันไม่มีเงินทุน ทำอะไรก็ไม่ได้” “คนอื่นเก่ง กว่าฉัน ฉันคงไม่มีทางประสบความสำเร็จ” คู่ที่ 4. กรอบความคิดแบบมองออกไป/ กรอบความคิดแบบมองเข้ามา -กรอบความคิดแบบมองออกไป คิดถึงผลลัพธ์ เข้าใจผู้อื่น มองภาพรวม รับผิดชอบต่อสังคม Ex. “ฉันคิดถึงผลลัพธ์ของงาน และพยายามทำให้มันออกมาดีที่สุด” “ฉันพยายามเข้าใจผู้อื่น เพื่อการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ” “ฉันมองภาพรวมของธุรกิจ และวางแผนกลยุทธ์อย่างรอบคอบ” “ฉันรับผิดชอบต่อสังคม และทำธุรกิจอย่างยั่งยืน” – กรอบความคิดแบบมองเข้ามา มุ่งเน้นแต่ตัวเอง ไม่สนใจผู้อื่น เห็นแก่ตัวเอาแต่ใจ Ex. “ฉันสำคัญที่สุด คนอื่นไม่สำคัญเท่าฉัน” “ฉันต้องได้สิ่งที่ฉันต้องการไม่สนว่าใคร จะเสียใจ” “ฉันไม่มีเวลาช่วยคนอื่น ฉันต้องดูแลตัวเองก่อน” ลองปรับเปลี่ยนกรอบความคิดพัฒนาตัวเอง มองโลกในแง่ดีแล้วคุณล่ะ? สวมแว่นตาแบบไหนอยู่? ลองปรับเปลี่ยนกรอบความคิด พัฒนาตัวเอง มองโลกในแง่ดีแล้วคุณจะพบว่า ชีวิตดี๊ดี อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม! และอย่าลืมว่าการวางแผนการเงินที่ดี เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากรอบความคิด การวางแผนการเงินช่วยให้มองเห็นภาพรวมของสถานะการเงิน ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน จัดสรรรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริหารความเสี่ยง เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตเมื่อเรามีกรอบความคิดที่ดีและวางแผนการเงินอย่างรอบคอบชีวิตของเราจะมุ่งไปสู่ความสำเร็จและความมั่นคงอย่างยั่งยืน

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/profile.php?id=100091757524341


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *