กระแส “FIRE Movement” หรือ “Financial Independence Retire Early” 

 เป็นแนวคิดที่ได้รับการพูดถึงอย่างมาก เป็นการรีบเก็บเงิน ลงทุนหนัก มีการวางแผนการเงินอย่างเข้มข้น เพราะหวังมีอิสรภาพทางการเงินให้เร็วและเกษียณตั้งแต่อายุ 40 ปี (หรือเร็วกว่านั้น) ตามเป้าหมายการเงินที่วางเอาไว้ เพื่อการมีอิสรภาพในการใช้ชีวิตที่ไวกว่าคนอื่น
แต่แนวทางนี้ต้องแลกมาด้วยวินัย ความมุมานะ และอาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆคน เพราะแค่การใช้ชีวิตประจำวัน เงินเก็บก็แทบจะไม่มีแล้ว การทำ FIRE ต้องมีการควบคุมการใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด โดยเก็บเงินให้ได้ 50-70% ของรายได้ หากใครเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็คงต้องหาวิธีเพิ่มรายได้ช่องทางอื่น รวมไปถึงการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล กองทุน หรือ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น

เราจะเรียกว่าเป็นการอดเปรี้ยวไว้กินหวานก็คงไม่ผิดนัก และแน่นอนมีคนที่ทำสำเร็จไม่น้อย แต่ปัญหาคือสำหรับหลายคน วิถีชีวิตแบบนี้เต็มไปด้วยความเครียด ทำงานหนักจนเบิร์นเอาต์ และไม่มีความสุขสักเท่าไหร่ บางคนล้มเลิกไปกลางทางเมื่อเจอสภาวะที่ตึงเกินไป แย่ไปกว่านั้นหลายคนโทษตัวเองว่าไม่เก่งหรือมีวินัยน้อยเกินไปจึงทำไม่ได้ ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและความมั่นใจเรื่องการเงินของตัวเองไปด้วย

มันอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน  “ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเมื่อฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับการมีอิสรภาพทางการเงินและได้เกษียณอายุเร็วที่สุด (FIRE) แล้วคิดว่ามันน่าสนใจมาก เพราะถ้าคุณรู้จักช่วงวัยของตัวเอง ก็สามารถลงทุน อด ออม เพื่อให้เกษียณอายุได้ในระยะเวลาอันสั้น และสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้ ” มิเชล แจ็คสัน (Michelle Jackson) คือ อีกหนึ่งคนที่เคยวางแผนการใช้ชีวิตแบบ FIRE เพื่อที่จะได้เกษียณก่อนกำหนด เพราะเธอคิดว่าการได้ตื่นขึ้นมายามเช้าโดยที่ไม่ต้องได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก หรือการได้ออกไปทำในสิ่งที่อยากทำอย่างมีอิสระ ท่องเที่ยวในทุกที่ที่อยากไป ทั้งหมดนี้นับเป็นชีวิตในอุดมคติของเธอที่วาดฝันไว้

“แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเกี่ยวกับแผนการเกษียณก่อนกำหนด ทำให้ฉันตระหนักว่าความฝันที่คนส่วนใหญ่อยากรีบเกษียณเพื่อให้ได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบอนาคตที่หวัง แต่สิ่งนี้กลับไม่เหมาะกับตัวฉันเลย”

มิเชลกลับไม่ชอบความคิดว่าที่ว่า เธอต้องประหยัดเงินอย่างหนักเข้าขั้นอดอยากไปอีก 10-12 ปี เพื่อให้รีบเกษียณก่อนกำหนด ไปถึงเป้าหมายการเงินแบบ FIRE อย่างที่หวัง ส่วนหนึ่งมาจากก่อนหน้านี้เธอก็ต้องอดอยากมาแล้วหลายปีเพื่อใช้หนี้ 60,000 ดอลลาร์ และไม่สามารถซื้อของที่อยากได้อยู่ตลอดเวลา เพราะกังวลว่าจะกระทบเงินที่ใช้สำหรับชำระหนี้ก้อนนี้ เป้าหมายทางการเงินเป็นสิ่งที่ดี แต่เธอก็เริ่มตั้งคำถามและจินตนาการว่าชีวิตในอุดมคติของเธอจะเป็นแบบไหนถ้าทำ FIRE ได้สำเร็จ โดยลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ เช่น ตื่นนอนโดยไม่ต้องมีนาฬิกาปลุก เดินทางไปเยี่ยมญาติเมื่อไหร่ก็ได้ หาสิ่งที่สนใจเรียนรู้ได้เสมอ ทำงานอาสาสมัครฯ หรือช่วยเหลือผู้อื่นเรื่องการเงิน ฯลฯ

หลังจากจินตนาการถึงชีวิตตรงนี้มิเชลเริ่มรู้สึกว่าเธอไม่อยากต้องรอเพื่อจะมี ‘ชีวิตในอุดมคติ’ ของตัวเองอีกต่อไป โดยเฉพาะในกรณีของเธอที่อายุ 32 ปี มีหนี้ก้อนใหญ่ และเบิร์นเอาต์จากงานที่ทำ การทำ FIRE ไปด้วยจึงกลายเป็นภาระและความเครียดที่สะสมมากเกินไปเธอมองว่า FIRE เป็นแนวทางการเงินที่ทำได้จริง โดยเฉพาะคนที่มีการลงทุนหุ้นในอัตราที่สูงกว่าคนส่วนใหญ่ ไม่มีหนี้สิน และได้รับฐานเงินเดือนที่ค่อนข้างสูง สามารถบรรลุเป้าหมายการเกษียณก่อนวัยได้แต่สำหรับเธอที่สถานการณ์ต่างออกไป เผชิญกับปัญหาทางการเงินมากมาย และไม่มีทางที่จะมีเงินลงทุนเกิน 50% ถ้าเธอยังคงต้องชำระหนี้ทุกเดือน มันอาจยากเกินไปสำหรับวัย 32 ปีของเธอ ที่ต่างจากเด็กอายุ 27 ที่ไม่มีหนี้และรายได้สูง นอกจากนี้เธอบอกอีกว่า ยิ่งมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ ยิ่งยากที่จะใช้การวางแผนแบบ FIRE เพื่อรีบเกษียณเพราะฉะนั้น FIRE อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับทุกคน และโชคดีที่เธอยังไม่ยอมแพ้และได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดจัดการการเงินสำหรับเกษียณแบบ Slow FIRE ที่เป็นอีกหนึ่งแผนที่น่าสนใจที่ทำให้เราได้เกษียณอายุก่อนวัยได้เหมือนกัน และตอบโจทย์และเหมาะสมกับการใช้ชีวิตของเธอมากกว่า

ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว Slow FIRE นั้นคล้ายคลึงกับ FIRE แต่เราสามารถปรับให้เข้ากับตัวเองและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นได้ อาจจะไปถึงเป้าหมายการเงินช้ากว่า FIRE แบบเดิม แต่ยืดหยุ่นกว่ามาก Slow FIRE จะช่วยให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องฝืนทำงานหนักหรือประหยัดมากเกินไปจนเกิดความเครียด รวมไปถึงการได้ใช้เวลากับสิ่งที่อยากทำให้ตัวเองมีความสุขในปัจจุบัน เมื่อมีความกดดันน้อยลงในการบรรลุอิสรภาพทางการเงิน เราจะรู้สึกมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น

Slow FIRE จะลดการทนทำงานอย่างหนักและประหยัดเงินให้ได้มากที่สุดจนหาความสุขไม่เจอ ทำงานที่ยืดหยุ่น ไม่กดดันเกินไป เพื่อจะได้มีเวลามากขึ้นในตอนนี้ แต่ยังคงแสวงหาอิสรภาพทางการเงินเพื่อเป้าหมายการเกษียณก่อนกำหนดเช่นเดียวกันเป็นเส้นทางสู่อิสรภาพที่อาจจะช้ากว่า แต่ไม่ต้องแลกมากับความตึงเครียดทางการเงินมากเกินไปจน บีบคั้นตัวเอง ซึ่งอาจทำให้เราสูญเสียโอกาสบางอย่างในชีวิตไป

“ฉันคิดว่า FIRE นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวไปจากสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่างอิสรภาพทางการเงิน จริงๆแล้ว คุณสามารถออกแบบชีวิตที่ดีที่สุดของคุณได้ในตอนนี้ โดยไม่ต้องรอหลังเกษียณ สิ่งนี้จะช่วยสร้างโอกาสในการเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณได้ ” อีกอย่างหนึ่งที่มิเชลเรียนรู้ตลอดเส้นทางนี้คือเมื่อไปถึงเป้าหมายการเงินแล้วเราไม่จำเป็นต้องหยุดทำงานหากเจองานที่ตัวเองรัก เพราะมีปัจจัยที่เราอาจจะไม่คาดคิดเกิดขึ้นเช่นอัตราเงินเฟ้อ สุขภาพ และความรับผิดชอบต่อครอบครัว อาจส่งผลต่อเงินออมสำหรับการเกษียณอายุ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทำงานต่อไป

“มันไม่จำเป็นที่จะเลวร้ายหรืออดอยากไปซะหมดก่อนที่จะไปถึงอนาคตที่สดใสสวยงาม ประสบการณ์ระหว่างทางก็สำคัญไม่แพ้ไปกับปลายทางที่จะไปถึงเลย”

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=722813709886949&set=a.649142877254033


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *