
‘กลิ่น’ ของสิ่งต่างๆ เป็นสิ่งที่พูดถึงได้ยากในทางวิทยาศาสตร์ เพราะเวลาเราพูดถึงกลิ่นของสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น จริงๆ แล้วมันเกิดจากส่วนผสมของโมเลกุลมหาศาล ที่มนุษย์ก็แค่ไปจดจำว่าคือกลิ่นของสิ่งนั้นๆ
ในแง่นี้ การจะบอกว่ากลิ่นคืออะไรภายใต้นิยามเชิงเคมีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เช่น ‘กลิ่นคนแก่’ ที่แม้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันจะก้าวไปไกล แต่มันก็อาจพูดไม่ได้ชัดนักว่ามันคืออะไร เพราะสุดท้ายแล้วกลิ่นคนแก่ก็อาจไม่ได้มีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างจากคนวัยอื่น มันอาจแค่มี ‘สัดส่วนทางเคมี’ ต่างกันเท่านั้น แต่ถ้าแบบนี้แล้วเราจะเคลมในทางวิทยาศาสตร์ได้ยังไงว่า ‘กลิ่นคนแก่’ มันมีจริงๆ?
มีงานวิจัยในปี 2012 ได้ตอบคำถามนี้อย่างชาญฉลาด โดยผู้วิจัยการเก็บกลิ่นจากคนหนุ่มสาว (20-30 ปี) คนวัยกลางคน (45-55) และคนแก่ (75-95) โดยให้ใส่เสื้อยืดตัวเดียวกันและมีการใช้แผ่นแปะรักแร้เพื่อเก็บกลิ่นเป็นเวลา 5 วัน หลังจากนั้นก็เอาเสื้อยืดและแผ่นแปะรักแร้มาให้อาสาสมัครดมและเดาว่า ‘เจ้าของกลิ่น’ อายุเท่าไร
ผลวิจัยปรากฏว่า อาสาสมัครสามารถเดาเจ้าของกลิ่นที่เป็นคนแก่ถูกทั้งหมด ในขณะที่ช่วงอายุอื่นๆ กลับเดาถูกบ้างผิดบ้างในแง่นี้เราจึงสรุปได้ว่า หากอธิบายในเชิงพฤติกรรมนั้น ‘กลิ่นคนแก่’ มีจริงๆ โดยที่มนุษย์ก็สามารถแยกแยะได้ แต่คำถามคือทำไม? การจะตอบเรื่องนี้ เราอาจต้องเข้าใจ ‘ความรู้สึก’ ของคนที่ดมกลิ่นคนแก่ก่อนรู้ไหมว่า ในการทดลองนี้ กลิ่นที่อาสาสมัครเดาว่าเป็นกลิ่นของคนแก่คือกลิ่นเบาๆ ไม่เตะจมูกเท่ากับคนที่อายุน้อยกว่า หรือพูดอีกแบบคือ ‘กลิ่นตัวตามธรรมชาติ’ ของคนแก่ จริงๆ ‘หอม’ กว่าคนวัยอื่นด้วยซ้ำถ้าให้คนอื่นดมโดยไม่รู้ว่านี่คือกลิ่นจากคนแก่นั่นเอง แต่ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ
นักวิจัยสันนิษฐานว่า มันอาจเป็นกลไกเพิ่มโอกาสในการขยายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่อายุยืนในสายพันธุ์ หรือพูดง่ายๆ คือสิ่งมีชีวิตเพศเมียในวัยเจริญพันธุ์จะเลือกผสมพันธุ์กับสิ่งมีชีวิตเพศที่ ‘แก่กว่า’ เพราะสิ่งมีชีวิตได้พิสูจน์แล้วว่ามันมีศักยภาพจะ ‘อายุยืน’ ซึ่งนี่คือลักษณะอันพึงประสงค์ต่อการสืบเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต โดยภาวะพวกนี้เป็นเรื่องปกติมากๆ ในพวกแมลง
คำอธิบายเชิงวิวัฒนาการนี้ถ้ามองในสังคมมนุษย์ก็อาจฟังดูแปลกอยู่สักหน่อย เพราะคงไม่ปกติที่สาวๆ ทุกวันนี้จะชอบ ‘ชายแก่’ แต่ก็นั่นเอง มันก็อาจเป็น ‘กลไกทางวัฒนธรรม’ ของมนุษย์ที่มีมาช้านานที่จะพยายามออกแบบให้มนุษย์สืบพันธุ์กับสิ่งมีชีวิต ‘รุ่นเดียวกัน’ มากกว่า ‘ข้ามรุ่น’ เพราะในกรณีของมนุษย์ถ้าไม่เป็นแบบนั้น พวกระบบเครือญาติอะไรทั้งหลายที่ยึดโยงสังคมมนุษย์เอาไว้ก็อาจโกลาหลไปจนถึงพังทลายได้
Cr : https://web.facebook.com/photo/?fbid=838416391180032&set=a.811136580574680
Leave a Reply