
ทุกฤดูใบไม้ผลิ นักปีนเขาหลายร้อยชีวิตจากทั่วสารทิศต่างหลั่งไหลกันมาพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอย่าง ‘ยอดเขาเอเวอเรสต์’ ที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 8,849 เมตร หรือ 29,032 ฟุต โดยการพิชิตยอดเขาที่มีทั้งสำเร็จและล้มเหลวนั้น ได้ทิ้งอะไรบางอย่างเอาไว้เบื้องหลัง นั่นก็คือขยะและของเสียจำนวนมากมายด้วยเหตุนี้จึงมีโครงการรณรงค์ทำความสะอาดเทือกเขาหิมาลัย ที่ริเริ่มโดยกองทัพเนปาล ร่วมมือกับบริษัทยูนิลีเวอร์ ซึ่งโครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี 2019 และนับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงการเก็บขยะประจำปี 2023 สามารถเก็บขยะได้แล้วถึง 110 ตัน ในการเคลียร์ขยะประจำปีนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2024 โดยทหารจำนวน 12 นาย พร้อมกับชาวเชอร์ปาจำนวน 18 คน ในการปฏิบัติภารกิจเคลียร์ขยะจำนวน 10 ตัน นอกจากขยะจำนวน 10 ตันแล้ว ในปี 2023 ยังมีการรายงานว่า มีนักปีนเขา 12 คนเสียชีวิตบนเอเวอเรสต์ ขณะที่มีผู้สูญหายถึง 5 ราย ซึ่งสันนิษฐานว่าผู้สูญหายทั้ง 5 รายนั้นเสียชีวิตหมดแล้ว โดยกองทัพระบุว่า มีความตั้งใจที่จะไปค้นหาและเคลียร์ศพจำนวน 5 ศพ ที่ยังไม่พบออกจากภูเขาโดยเมื่อไม่นานมานี้ ภาครัฐได้มีการออกกฎระเบียบใหม่เพื่อความปลอดภัยและแก้ไขปัญหาเรื่องขยะและการจัดการของเสีย วาส โพเครล รองประธานคนแรกของสมาคมผู้ประกอบการในเอเวอเรสต์ถึงกับระบุว่า “ปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์บนเอเวอเรสต์นั้นแย่มาก” และมันกำลัง “สร้างมลพิษให้กับสภาพแวดล้อมบนภูเขา”
ทำให้ฤดูปีนเขาในปี 2024 นี้ จะเป็นปีแรกที่นักปีนเขาทุกคนจะต้องเช่าและสวมใส่อุปกรณ์ติดตามแบบอิเล็กทรอนิกส์ และต้องขนขยะของตนเองกลับลงมายังเบสแคมป์ รวมถึงเก็บอุจจาระเอาไว้ในถุงที่จัดเตรียมไว้ให้ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะดำเนินไปจนถึง วันที่ 5 มิถุนายน 2024 ซึ่งตรงกับวันสิ่งแวดล้อมโลก
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://www.facebook.com/brandthink.me
Leave a Reply