
มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียคิดค้นนวัตกรรมนำกากกาแฟผสมคอนกรีตแข็งแรงขึ้น 30% สร้างความยั่งยืนมากขึ้น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดการใช้ทรายและกำจัดขยะกากกาแฟในแต่ละปีการผลิตคอนกรีตสร้างก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกอีกทั้งยังต้องใช้ทรายเป็นจำนวนมากตามรายงานของสหประชาชาติปี 2022 ระบุว่าทรายถูกขุดขึ้นมาประมาณ 50,000 ล้านเมตริกตัน โดยส่วนใหญ่เพื่อใช้ในคอนกรีต ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและขาดแคลนทรายมากขึ้น
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย RMIT ในเมลเบิร์น จึงได้คิดค้นวิธีนำกากกาแฟไปใช้ประโยชน์นำมาผสมแทนทรายใช้ในการผลิตคอนกรีตได้ถึง 15% อีกทั้งยังเป็นการลดปัญหาขยะกากกาแฟที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วยนวัตกรรมใหม่นี้เกิดจากการนำกากกาแฟที่ใช้แล้วไปแปรรูปเป็น “ถ่านชีวภาพ” หรือไบโอชาร์ (Biochar) ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการย่อยสลายเชิงความร้อนของชีวมวลหรือสารอินทรีย์ซึ่งเป็นสารประกอบของสิ่งมีชีวิตที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติจากวิธีการให้ความร้อนโดยไม่ใช้ออกซิเจนที่อุณหภูมิ 350 องศาเซลเซียส หรือกระบวนการไพโรไลซิส (pyrolysis) ถ่านไบโอชาร์จะไม่สลายตัวเมื่อเวลาผ่านไปช่วยทำให้คอนกรีตแข็งแรงขึ้น 30% และลดปริมาณซีเมนต์ที่ต้องการได้มากถึง 10% ในแต่ละปีมีกากกาแฟที่ใช้แล้วหลายล้านตันทั่วโลกและส่วนใหญ่มักจะลงเอยที่หลุมฝังกลบ ซึ่งจะปล่อยก๊าซมีเทนออกมาขณะที่สลายตัวโดยออสเตรเลียสร้างกากกาแฟขยะได้ประมาณ 75,000 ตันต่อปี รอยชานด์กล่าวว่าหากกากกาแฟทั้งหมดถูกนำไปผลิตเป็นถ่านชีวภาพเพื่อใช้ในการสร้างคอนกรีตจะสามารถทดแทนทรายได้มากถึง 655,000 ตัน เนื่องจากถ่านชีวภาพมีความหนาแน่นมากกว่าทรายหากนำกากกาแฟจากทั่วโลกมาใช้ผสมคอนกรีตจะช่วยประหยัดทรายได้มากถึง 90 ล้านตัน
นวัตกรรมใหม่ที่เหมือนใครนี้จะช่วย “ปูทาง” สู่การก่อสร้างที่ยั่งยืนยิ่งอนาคตด้วยการรวมวัสดุเหลือใช้เข้ากับวัสดุก่อสร้างสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและอาจสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและทนทานมากขึ้น ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/bangkokbiznews
Leave a Reply