
โดยเฉพาะเมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำตาล งดแอลกอฮอล์ เริ่มออกกำลังกาย หรือเลิกคิดถึงใครบางคน
ทำไมถึงลังเล?
ความลังเลนี้มาจากหลายสาเหตุ เช่น การสงสัยในความสามารถของตัวเอง ความไม่มั่นใจว่าเราจะทำได้สำเร็จ หรือความไม่แน่ใจในผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง การลังเลนี้เป็นกระบวนการปกติของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายาม จึงไม่แปลกที่จะเกิดความรู้สึกสองจิตสองใจ
ทำไมเราถึงลังเล?
หลายครั้งเรามักตัดสินตัวเองว่าเป็นคนขี้เกียจหรือไม่มีวินัย แต่จริงๆ แล้ว ความรู้สึกสองจิตสองใจนี้เกิดจากการที่เรามองไม่เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง หรือไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้สำเร็จ
การสำรวจตัวเอง
เราสามารถเริ่มสำรวจตัวเองด้วยคำถามต่อไปนี้:
- การเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญจริงไหม?
- มีข้อเสียหรือแง่มุมที่ไม่พึงพอใจของการเปลี่ยนแปลงนี้หรือไม่?
- ชอบอะไรเกี่ยวกับการอยู่ในสถานะหรือพฤติกรรมเดิม?
- ยากที่จะให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงนี้เมื่อมีความต้องการอื่นๆ เช่น เวลาที่จำกัด เงิน หรือพลังงานหรือไม่?
- สงสัยว่าจะสามารถทำหรือรักษาการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่?
- รู้สึกลังเลในการเปลี่ยนแปลงเพราะเคยพยายามในอดีตแล้วไม่สำเร็จหรือไม่?
ถ้าคำตอบของคุณสำหรับคำถามสามข้อแรกเป็น ‘ใช่’ คุณอาจรู้สึกว่าสิ่งนั้นมีความสำคัญน้อย แต่ถ้าคำตอบสำหรับคำถามสามข้อหลังคือ ‘ใช่’ คุณอาจมีความมั่นใจในตัวเองต่ำ
วิธีจัดการกับความลังเล
หลังจากที่สำรวจตัวเองและรู้ว่าอะไรที่ทำให้เรายังไม่ก้าวไปสู่การเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง ขั้นตอนแรกคือการยอมรับกับคำตอบนั้น แล้วถามตัวเองอีกครั้งว่าอยากเปลี่ยนแปลงจริงๆ หรือไม่ จากนั้นเริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุดแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำอย่างสม่ำเสมอ และสำคัญที่สุดคืออย่าตัดสินตัวเองว่า “ฉันขี้เกียจ” “ฉันไม่มีวินัย” “ฉันทำไม่ได้” บ่อยๆ เพราะมันจะยิ่งตอกย้ำความเชื่อเหล่านั้น
สรุป
ความรู้สึกลังเลและสองจิตสองใจเป็นขั้นตอนธรรมดาของการเปลี่ยนแปลง การยอมรับและทำความเข้าใจกับความรู้สึกนี้จะช่วยให้เราสามารถลุกขึ้นมาเริ่มทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ง่ายขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก :https://www.facebook.com/brandthink.me
Leave a Reply