
งานวิจัยจากวารสารด้านวิทยาศาสตร์ “Sleep” เผยแพร่งานศึกษาชิ้นล่าสุดพบว่า การนอนเป็นเวลายาวนาน 8 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม แต่อาจไม่ได้หมายความว่าสุขภาพจะดีขึ้นจากการนอนเป็นระยะเวลายาวนาน เรื่องนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Harvard และมหาวิทยาลัย Melbourne ออสเตรเลีย ได้ศึกษาพฤติกรรมการนอนของผู้คนจำนวน 60,000 ราย และสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรกับรูปแบบการ นอนจากงานศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองที่มีการนอนหลับและการตื่นนอนในเวลาที่สม่ำเสมอ การนอนในเวลาที่สม่ำเสมอ เช่น การนอนในเวลาสี่ทุ่ม ตื่น 7 โมงเช้าทุกวัน หรือนอนห้าทุ่ม ตื่น 8 โมงเช้าทุกวัน ไม่ใช่นอนเที่ยงคืนบ้าง นอนตีสองบ้างและตื่นในเวลาที่ไม่เหมือนเดิมผู้ที่นอนในเวลาที่สม่ำเสมอจะมีความเสี่ยงจากการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งและ โรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดลดลง 40% แน่นอนว่า ระยะเวลาการนอนก็ยังมีความสำคัญที่ส่งผลให้สุขภาพดีและอายุยืน แต่ถ้านอนได้ในระยะเวลาที่สม่ำเสมอในระดับที่เหมาะสมก็จะส่งผลให้สุขภาพดีกว่าผู้ที่ทำตรงกันข้ามคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนา รูปแบบการนอนให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น
1) พยายามกำหนดเวลาให้ตื่นนอนและเข้านอนเป็นเวลาเดิม เพื่อช่วยกำหนดนาฬิกาชีวภาพให้กับร่างกายจนสามารถง่วงในเวลาเดิมได้ทุกๆวัน
2) ให้เวลาตัวเองเพื่อผ่อนคลาย เรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า อาจจะต้องทำสมาธิ หรืออาบน้ำอุ่น อ่านหนังสือ หรือฟังเพลงที่ช่วยทำให้สงบและผ่อนคลายก่อนนอน
3) ดูแลพื้นที่สำหรับการนอนของตัวเอง ช่วงเวลาที่ทำให้ตัวเองผ่อนคลายจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนจะนอน สถานที่ต้องเย็น มืด เงียบสงบและรู้สึกสบาย
4) พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่รบกวนร่างกายก่อนนอน เช่น ดื่มแอลกอฮอลล์ ทานอาหารมื้อดึก ดื่มคาเฟอีน และหลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนทุกชนิด
5) ออกกำลังกายทุกวัน งานศึกษาหลายชิ้นพบว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิค หรือการออกกำลังกายที่ต้องใช้อากาศหรือออกซิเจนเป็นตัวช่วย เป็นการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ เหล่านี้ล้วนลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและคลอเลสเตอรอลสูงและการออกกำลังกายแบบนี้เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การนอนมีคุณภาพมากขึ้น
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=758172393011666&set=a.628388912656682
Leave a Reply