การบงการในที่ทำงานภัยเงียบที่บ่อนทำลายสุขภาพจิตนักวิจัยชี้คนที่คุมอารมณ์ได้คือผู้กุมอำนาจที่แท้จริง

การปั่นหัวหรือการควบคุมบงการ (Manipulation) ในที่ทำงานไม่ได้จำเป็นต้องมาในรูปแบบของการดุด่าหรือใช้อารมณ์รุนแรงเสมอไป หากแต่สามารถแฝงตัวอยู่ในคำพูดเหน็บแนมระหว่างการประชุม อีเมลสั้นๆที่อ่านแล้วชวนให้รู้สึกผิดหรือแม้แต่คำทักทายธรรมดาๆ ที่ทำให้ความมั่นใจของใครบางคนลดลงไปทั้งวันพฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเล็กน้อยแต่ส่งผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

เป้าหมายที่แท้จริงของคนจอมบงการ

งานวิจัยด้านจิตวิทยาสังคมและอิทธิพลทางอารมณ์ชี้ตรงกันว่าแก่นแท้ของการบงการไม่ใช่การเอาชนะด้วยเหตุผลแต่คือการควบคุม “ความรู้สึก” ของอีกฝ่ายผู้บงการมักพยายามสร้างผลกระทบทางอารมณ์ เช่น ทำให้ผู้อื่นรู้สึกผิดไม่มั่นใจวิตกกังวลหรืออยู่ในสถานะที่ต้องคอยอธิบายและแก้ตัวอยู่ตลอดเวลาเมื่ออารมณ์ถูกดึงออกจากสมดุลความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลก็จะลดลงทันที

รูปแบบซ้ำเดิมในทุกระดับองค์กร

ชาเด ซาห์ไร (Shadé Zahrai) นักวิจัยด้านพฤติกรรมและที่ปรึกษาองค์กรระดับ Fortune 500 ระบุว่า เธอพบรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้บงการ” และ “ผู้ถูกกระทำ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่โดยบทเรียนสำคัญที่ปรากฏชัดคือ
“ฝ่ายที่สามารถรักษาความนิ่งทางอารมณ์ได้จะเป็นฝ่ายกำหนดทิศทางและตอนจบของสถานการณ์”

เมื่ออารมณ์คือสนามรบ

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือการถูกเพื่อนร่วมงานจิกกัดหรือแซะในเชิงดูถูกเป้าหมายของผู้บงการคือการเห็นอีกฝ่ายหลุดอารมณ์หน้าเสียหรือรีบพูดแก้ตัวอย่างร้อนรนหากเหยื่อตอบสนองตามนั้น เท่ากับยอมส่งพวงมาลัยควบคุมสถานการณ์ให้ฝ่ายตรงข้ามทันทีและวงจรการบงการจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

กลยุทธ์ CUT วิธีตัดวงจรการถูกบงการ

แทนที่จะเผชิญหน้าอย่างใช้อารมณ์ หรือโต้เถียงซึ่งเสี่ยงต่อการถูก Gaslighting ซาห์ไรแนะนำกลยุทธ์ 3 ขั้นตอนที่เรียกว่า CUT เพื่อปกป้องสุขภาพจิตและลดอำนาจของผู้บงการ ได้แก่

  • C – Control: ควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงหายใจลึกชะลอการตอบสนอง
  • U – Unfazed: แสดงท่าทีสงบนิ่งไม่ส่งสัญญาณว่าอีกฝ่ายสามารถกระทบคุณได้
  • T – Turn off: จำกัดหรือปิดช่องทางการเชื่อมต่อทางอารมณ์ตอบเฉพาะประเด็นงาน ไม่เปิดพื้นที่ให้ดราม่า

คำแนะนำด้านสุขภาพจิตสำหรับคนทำงาน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตแนะนำว่าหากต้องเผชิญกับพฤติกรรมบงการเป็นประจำควรจดบันทึกเหตุการณ์ พูดคุยกับผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลและให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองนอกเวลางาน เช่น การพักผ่อน การออกกำลังกาย และการมีพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์ การบงการในที่ทำงานคือภัยเงียบที่กัดกินสุขภาพจิตโดยไม่รู้ตัวการรับรู้เกมอารมณ์และรู้วิธีหยุดการตอบสนองที่ตกเป็นเป้าคือก้าวแรกของการปกป้องตัวเองในโลกการทำงานที่เต็มไปด้วยแรงกดดันความนิ่งไม่ใช่ความอ่อนแอแต่คือทักษะทางจิตใจที่ทรงพลังที่สุด


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *