
ปรากฏผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นมากในปัจจุบัน และในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเราไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้เลย ผู้คนมากถึง 216 ล้านคน จะกลายเป็นผู้ลี้ภัยโลกรวน ซึ่งมีที่มาจากผลกระทบที่หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น
1 – ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ![]()
ชุมชนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำคงคาทั้งอินเดียและบังคลาเทศหลายแห่งต้องย้ายออกนอกพื้นที่เพราะระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงและทะลักท่วมแผ่นดินมากขึ้นเรื่อยๆ โดยระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น 8 มม.ต่อปี หรือคิดเป็น 250% จากอัตราปกติของพื้นที่ทั่วโลก ทำให้ปลูกพืชอาหารได้ยาก เช่น สาธารณรัฐเซเชลส์ ตูวาลู มัลดีฟส์ ที่ต้องจำกัดวงการสร้างที่อยู่อาศัยให้แคบลงเรื่อยๆ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำทะเลที่รุกเข้าแผ่นดิน
2 – ภัยแล้งต่อเนื่องรุนแรง ![]()
ในพื้นที่แอฟริกาใต้และแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ คือตัวอย่างพื้นที่ที่เกิดภัยแล้งรุนแรง จากความแปรปรวนของสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคนในชนบทจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรและเลี้ยงสัตว์ เมื่อบวกเข้ากับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ก็ยิ่งทำให้ถิ่นที่อยู่อาศัยมีสภาพแห้งแล้งหนัก บางครอบครัวต้องย้ายบ้านเพื่อหาแหล่งน้ำแห่งใหม่และอาจนำไปสู่การกระทบกระทั่งกับผู้อพยพจากต่างเมืองที่ต้องการแหล่งน้ำเช่นกัน หรือบางกรณีอาจถึงขั้นต้องย้ายที่อยู่ข้ามประเทศกันทีเดียว จนเกิดการลักลอบเข้าประเทศแบบผิดกฎหมาย หรือเข้าไม่ถึงระบบรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐาน
3 – ธารน้ำแข็งพังทลายและหมดไป ![]()
ตามข้อมูลใหม่ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่าในเวลาไม่ถึง 20 ปี ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาสามแห่งในแอฟริกาจะละลายหายไปทั้งหมด ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อผู้คนในประเทศเคนยา ยูกันดา แทนซาเนีย และประเทศข้างเคียงที่อาศัยแหล่งน้ำร่วมกัน การสูญเสียธารน้ำแข็งนอกจากจะทบความเป็นอยู่ของผู้คนแล้ว อุณหภูมิที่เพิ่มเพราะภาวะโลกรวนยังเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้คน จากเหตุธารน้ำแข็งในเทือกเขาสูงหลายแห่งของเอเชียรวมถึงทางตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัยถล่ม ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในปัจจุบัน จนต้องมีการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่หลายครั้ง
4 – จำนวนพายุที่เพิ่มขึ้น ![]()
ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือข้ามไปยังฝั่งตะวันออกและใต้ของสหรัฐอเมริกา เป็นพื้นที่ที่ได้รับกระทบจากความถี่และความแรงของพายุที่โหมกระหน่ำรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ในช่วงที่พายุกำลังพัดเข้ามาอย่างรุนแรง หลายคนอาจมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยชั่วคราวอาศัยในศูนย์อพยพช่วยเหลือ แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องอาศัยศูนย์ช่วยเหลือเป็นบ้านกึ่งถาวร เพราะที่อยู่อาศัยพังพินาศจนสิ้นเนื้อประดาตัว
5 – อากาศที่ร้อนจนอยู่ไม่ได้ ![]()
จากการพยากรณ์สภาพอากาศโดยความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ พบว่าหากเราลดก๊าซเรือนกระจกไม่สำเร็จ ภายในอีก 50 ปีข้างหน้า 20% ของแผ่นดินจะร้อนเท่าทะเลทรายซาฮารา (รวมถึงประเทศไทยด้วย) เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิด แต่ถูกทำนายว่าสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งอย่างสุดขั้ว จะทำให้เกิดความขาดแคลนอาหาร มีผู้เสียชีวิต และนำไปสู่การลี้ภัยครั้งใหญ่ ที่อาจมีผู้อพยพมากถึง 3 พันล้านคน ลี้ภัยไปตั้งถิ่นฐานกันที่ไซบีเรีย
6 – แล้วเราจะเอาตัวรอดได้อย่างไร ![]()
โอกาสรอดพ้นจากวิกฤตโลกรวนนั้นเหลือน้อยเต็มที ไม่ว่าอย่างไรคงเลี่ยงผลกระทบได้ยากอยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อย ฉะนั้น นอกจากต้องลดก๊าซเรือนกระจกและบรรเทาผลกระทบแล้วยังจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัวจากผลกระทบ รวมทั้งการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอีกด้วย โดยรู้หรือไม่ว่า วันที่ 20 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันผู้ลี้ภัยโลก (World Refugee Day)
ในปีนี้ ‘เรียนรู้รักษ์ป่าน่าน’ จะชวนทุกคนมาเป็นกระบอกเสียง เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อโลกเรา ร่วมมือปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อแก้ไขปัญหาโลกรวน ผ่านวิธีการต่างๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และเข้าใจง่ายกว่าที่เคยเป็นมา จะมือใหม่หัดแยกขยะ หรือสายรักษ์โลกแบบมือโปร ก็ติดตามไว้ได้เลย เรามีคอนเทนต์ดีๆ มาชวนทุกคนเปลี่ยนไลฟ์สไตล์กันอีกเพียบ
Cr : https://web.facebook.com/photo/?fbid=594189519528208&set=a.578705574409936
Leave a Reply