
ในคืนแรกๆของการอ่านนิทาน เด็กเล็กที่คลานหรือเดินได้แล้วอาจจะคลานหรือเดินเกาะเตาะแตะไปรอบห้องนอนทำทีเหมือนไม่ฟังแม่ที่รู้งานจะไม่หวั่นไหวแล้วอ่านต่อไปทุกคืนๆ เด็กได้ยินแม้จะทำเป็นไม่ได้ยินเขาจะถือครองความจำของคำที่หนึ่งนานพอที่คำที่สองจะมาเชื่อมต่อ แล้วถือครองความจำของคำที่หนึ่งและสองนานพอที่ความจำของคำที่สามจะมาเชื่อมต่อเป็นเช่นนี้เรื่อยๆไป ความจำที่ถือครองเอาไว้ชั่วคราวนานพอก่อนที่การเชื่อมต่อจะเสร็จสิ้นนี้คือความจำใช้งาน (working memory) เป็นความจำชั่วคราว เกิดขึ้นในห้องนอนแล้วดับไปเมื่อนิทานจบระยะเวลาที่ความจำใช้งานถูกถือครองเอาไว้นานพอนั้นคือ สมาธิ (attention) การอ่านนิทานก่อนนอนทุกคืนช่วยสร้างสมาธิ เพิ่มความยาวนานของสมาธิคือ attention span และลดอุบัติการณ์ของสมาธิสั้นลงแต่ลูกอาจไม่อยู่นิ่ง เพื่อฟังนิทานอย่างที่หวังนอกจากเดินหรือคลานหนีแล้ว บางคนแย่งหนังสือไปจากมือเพื่อฉีกหรือกัด “เหมือนเขาจะไม่มีสมาธิฟังอะไรเลย”อย่าลืมว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนที่นอนหรือในห้องนอนยามค่ำคืน ดังนั้นเราควรจัดสถานที่ให้เรียบร้อยแสงไฟพอเหมาะไม่สว่างมากจนเกินไป กั้นรั้วไว้มิให้เขาคลานหรือเกาะเดินไปได้ไกล ไม่ปล่อยให้มีบริเวณที่กว้างขวางเกินไปและควรกั้นเสียงรบกวนได้เพื่อที่คุณแม่จะได้อ่านนิทานด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่ต้องตะโกนแล้วอ่านได้นานพออ่านไปเรื่อยๆระหว่างที่เด็กนอนลงดูรูปในนิทานนั่นเองเขาจะดูทั้งฉากหน้าและฉากหลังคือ foreground & background พวกเราพ่อแม่มักดูแต่ฉากหน้าและตัวละคร (protagonists) แต่ไม่ดูฉากหลังเด็กๆ เสียอีกที่มองเห็นใยแมงมุม จิ้งจก เศษกระดาษ หรือหลอดยาสีฟันบนพื้นที่ฉากหลังของตัวละคร จะเห็นว่าสมาธิของเขาไม่เพียงเคลื่อนไปในอวกาศและเวลาแต่ทะลุทะลวงเข้าไปด้านในของหนังสือได้อีกด้วยนี่คือมิติสัมพันธ์ (spatial relation) สมาธิและความฉลาดเริ่มต้นในห้องนอนยามค่ำคืน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.facebook.com/thepotentialTH
Leave a Reply