
ช่วงเทศกาลปีใหม่คือช่วงเวลาแห่งความสุขหลายคนเตรียมตัวออกเดินทางไกลเพื่อกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยวเรามักจะให้ความสำคัญกับการเช็กสภาพรถยนต์ทั้งลมยาง น้ำมันเครื่องและเบรกแต่รู้ไหมครับว่า “สภาพร่างกายคนขับ” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่กำหนดความปลอดภัยตลอดการเดินทาง!
3 จุดเช็กลิสต์สุขภาพคนขับก่อนออกตัว
เพื่อให้การเดินทางราบรื่นและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุนี่คือสิ่งที่คุณควรสำรวจตัวเองก่อนจับพวงมาลัย
1. พลังงานสมองและระดับความอ่อนเพลีย
- การนอนหลับ: ควรนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมง ติดกันอย่างน้อย 2 คืนก่อนเดินทางการฝืนขับรถขณะง่วง (Drowsy Driving) อันตรายเทียบเท่ากับการเมาแล้วขับ!
- ความสดชื่น: หากรู้สึกเพลียสะสมควรหลีกเลี่ยงการขับรถต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมงโดยไม่พัก
2. เช็กยาที่ทาน (สำคัญมาก!)
- ตรวจสอบว่ายาประจำตัวหรือยาแก้แพ้แก้หวัดแก้เวียนศีรษะที่ทานอยู่มีฤทธิ์ “ทำให้ง่วงนอน” หรือไม่หากมีควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางเลือกอื่นหรือหลีกเลี่ยงการขับรถหลังทานยา
3. ความพร้อมของสายตาและการตอบสนอง
- หากต้องขับรถตอนกลางคืนควรเช็กว่าสายตามีปัญหาเรื่องการแพ้แสงหรือมองเห็นไม่ชัดหรือไม่ เพราะความเหนื่อยล้าจะทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินช้าลง
คำแนะนำเพิ่มเติมสุขภาพดีระหว่างการเดินทาง
- ยืดเหยียดทุก 2 ชั่วโมง: การนั่งท่าเดิมนานๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกและเกิดอาการล้าสะสม ควรหยุดพักที่ปั๊มน้ำมันเพื่อบิดขี้เกียจหรือเดินยืดเส้นยืดสายประมาณ 10-15 นาที
- จิบน้ำสม่ำเสมอ: ภาวะขาดน้ำทำให้สมาธิลดลงแต่ควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเกินไปเพราะจะทำให้รู้สึกง่วงหลังจากน้ำตาลในเลือดตกลง (Sugar Crash)
- อาหารมื้อเบา: ก่อนและระหว่างเดินทางเลี่ยงอาหารมื้อหนักหรืออาหารที่ทำให้ท้องอืดเพราะจะทำให้ร่างกายดึงเลือดไปใช้ในการย่อยอาหารมากจนรู้สึกง่วงนอน
ความไม่ประมาทคือของขวัญที่ดีที่สุด
หากระหว่างทางเริ่มมีอาการหาวบ่อย, ลืมตาไม่ขึ้น, หรือขับรถส่ายไปมานั่นคือสัญญาณเตือนอันตราย! อย่าฝืนขับต่อให้หาจุดพักที่ปลอดภัยเพื่อล้างหน้าหรือนอนพักงีบสั้นๆ (Power Nap) ประมาณ 15-20 นาที จะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นมากครับ”เช็กรถให้พร้อมเช็กกายให้มั่นเพื่อให้ทุกระยะทางนำพาคุณไปพบรอยยิ้มของคนที่รออยู่ที่บ้านอย่างปลอดภัย”
Leave a Reply