
นวัตกรรมสุดล้ำวงการภูมิคุ้มกันบำบัด! นักวิจัยก้าวไปอีกขั้นในการพัฒนา CAR T-Cell Therapy หรือเทคโนโลยีการดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยให้กลายเป็น นักฆ่ามะเร็งโดยล่าสุดได้มีการดีไซน์ระบบจดจำเป้าหมายแบบใหม่เปรียบเสมือนการติดเรดาร์สองชั้น (Logic Gate / AND Gate) ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบดขยี้เซลล์มะเร็งปอดและแก้โจทย์ใหญ่เรื่องผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพทำไมมะเร็งปอดจึงรักษาด้วย CAR T-Cell แบบเดิมได้ยาก? ที่ผ่านมาเทคโนโลยี CAR T-Cell ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแต่เมื่อนำมาใช้กับ ก้อนมะเร็ง (Solid Tumors) อย่างมะเร็งปอดกลับเจอความท้าทายสำคัญ 2 ประการ
- ปัญหาแยกแยะไม่ได้ (On-target / Off-tumor toxicity) โปรตีนบนตัวเซลล์มะเร็งปอดมักจะไปละม้ายคล้ายคลึงกับโปรตีนบนเซลล์ปอดหรือเนื้อเยื่อดีในร่างกายทำให้ CAR T-Cell แบบเดิมเข้าไปทำลายเซลล์ดีด้วยจนเกิดการอักเสบรุนแรง
- เกราะป้องกันของก้อนมะเร็งสภาพแวดล้อมรอบก้อนมะเร็งมักจะคอยขัดขวางและกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
ระบบติดเรดาร์ทำงานอย่างไร? เพื่อแก้ปัญหานี้ทีมวิจัยจึงได้ออกแบบระบบการสั่งการที่เรียกว่า Logic Gate (AND Gate)
- ต้องเจอ 2 สัญญาณพร้อมกันเท่านั้น CAR T-Cell รุ่นใหม่จะไม่โจมตีเป้าหมายทันทีที่เจอโปรตีนชนิดแรกแต่จะต้องสแกนพบโปรตีนเป้าหมายจำเพาะ 2 ชนิดพร้อมกันบนพื้นผิวเซลล์
- ปลอดภัยต่อเซลล์ปกติเนื่องจากเซลล์ปอดที่สมบูรณ์มักจะมีโปรตีนเพียงชนิดเดียว ทำให้นักฆ่า CAR T-Cell มองมองข้ามและไม่ทำลายเซลล์ดีแต่จะพุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งที่มีโปรตีนครบทั้งสองชนิดเท่านั้น
ข้อมูลเพิ่มเติม: รู้จัก CAR T-Cell นวัตกรรมเปลี่ยนโลก
CAR T-Cell คืออะไร? ย่อมาจาก Chimeric Antigen Receptor T-Cell Therapy เป็นกระบวนการที่นำเซลล์ภูมิคุ้มกัน (T-Cell) ของผู้ป่วยออกมาสกัดในห้องปฏิบัติการจากนั้นใส่ยีนดัดแปลงเพื่อเพิ่มตัวรับสัญญาณ (Receptor) ให้เซลล์ T-Cell รู้จักและจดจำหน้าตาของเซลล์มะเร็งได้แล้วจึงฉีดกลับเข้าร่างกายเพื่อไปทำลายก้อนมะเร็งอย่างตรงจุด
คำแนะนำจากแพทย์ & ความหวังใหม่ในอนาคต
- สถานะปัจจุบันนวัตกรรม CAR T-Cell ติดเรดาร์สำหรับมะเร็งปอดส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนการทดลองทางคลินิก (Clinical Trials) เพื่อยืนยันความปลอดภัยและความคุ้มค่าในการรักษา
- คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอดในปัจจุบันการรักษาหลักยังคงเป็นการผ่าตัด, เคมีบำบัด (Chemotherapy), รังสีรักษา, การใช้ยาตรงเป้า (Targeted Therapy) และการใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
- อนาคตสดใสเทคโนโลยีนี้ไม่ได้จำกัดแค่มะเร็งปอดแต่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษามะเร็งก้อนชนิดอื่นๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งสมองได้อีกด้วยในอนาคต
Leave a Reply