ขาบวมข้างเดียวอย่าเพิ่งไปนวด!เช็กสัญญาณเตือน DVT ลิ่มเลือดอุดตันภัยเงียบอันตรายถึงชีวิตที่ห้ามชะล่าใจ

คืนนี้ก่อนนอนลองก้มสังเกตและจับขาตัวเองเทียบกันสองข้างดูหน่อยถ้าอยู่ๆมีขาข้างใดข้างหนึ่งบวมขึ้นมาใหม่น่องตึงปวดเจ็บอุ่นๆหรือสีผิวเปลี่ยนไปทั้งที่ไม่ได้เดินเตะกระแทกหรือข้อเท้าแพลงมาจากไหนผมขอเตือนว่าห้ามไปนวดเด็ดขาดเลยครับ! เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) ที่น่ากลัวไม่ใช่แค่ขาบวมนะครับ แต่ลิ่มเลือดที่ก่อตัวขึ้นที่ขาสามารถหลุดลอยตามกระแสเลือดขึ้นไปอุดตันที่ปอด (Pulmonary Embolism) ซึ่งเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วครับลองมาเช็กสัญญาณเตือนทีละข้อไปพร้อมกันเลยครับ 4 สัญญาณเตือน!ขาของคุณกำลังส่งสัญญาณวิกฤตอยู่หรือเปล่า?

1. ขาบวมขึ้นมาใหม่ข้างเดียวแบบไม่มีสาเหตุ

  • ลิ่มเลือดมักจะอุดตันแค่ข้างเดียวทำให้ขาข้างนั้นบวมโตกว่าอีกข้างชัดเจนลองยืนหน้ากระจกเทียบกันดูครับว่าถุงเท้ารัดเป็นรอยลึกกว่าปกติหรือกางเกงเริ่มตึงแค่ข้างเดียวหรือไม่

2. น่องตึง ปวดหน่วง คล้ายเป็นตะคริวตลอดเวลา

  • อาการปวดของโรคนี้ไม่จำเป็นต้องรุนแรงเสมอไปบางคนรู้สึกแค่น่องหนักๆเจ็บลึกๆ หรือเหมือนเป็นตะคริวไม่ยอมหายโดยเฉพาะเวลาเดินหรือยืน ห้ามบีบนวดรุนแรงเพื่อทดสอบเด็ดขาดเพราะแรงนวดอาจไปกระตุ้นให้ลิ่มเลือดหลุดลอยขึ้นเบื้องบนครับ

3. ผิวบริเวณที่บวมมีอาการ “อุ่น แดง หรือสีเปลี่ยน”

  • ลองใช้หลังมือแตะขาทั้งสองข้างเทียบกันดูถ้าบริเวณที่ปวดบวมรู้สึกอุ่นกว่าอีกข้างผิวเริ่มมีสีแดงคล้ำหรือสีผิวผิดปกติยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ

4. ระวัง! บางคน “แทบไม่มีอาการ”

  • สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือบางคนมีอาการน้อยมากจนคิดว่ายังเดินได้อยู่คงไม่เป็นไรหากคุณมีอาการเพียงเล็กน้อยแต่เพิ่งผ่านปัจจัยเสี่ยงมา (เช่น นั่งเครื่องบินนาน นอนติดเตียง) ก็ไม่ควรประมาทครับ

ช่วงไหนที่คุณต้องสังเกตขาตัวเองเป็นพิเศษ? (กลุ่มเสี่ยง DVT)

ความเสี่ยงของโรคนี้จะพุ่งสูงขึ้นทันทีหากคุณมีประวัติหรืออยู่ในสถานการณ์เหล่านี้

  • การขยับขาน้อยหลังผ่าตัดใหญ่, กระดูกหักต้องใส่เฝือก, ผู้ป่วยนอนติดเตียง หรือคนที่ต้องนั่งรถ/นั่งเครื่องบินเดินทางไกลต่อเนื่องหลายชั่วโมง
  • ภาวะทางร่างกายและยากำลังตั้งครรภ์หรือเพิ่งคลอดบุตร, ผู้ป่วยโรคมะเร็ง, คนที่มีโรคอ้วน, หรือผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิด/ฮอร์โมนที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจน
  • พันธุกรรมมีคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันมาก่อน

ข้อแตกต่าง: ถ้าขาบวมพร้อมกันสองข้างเท่าๆ กัน โดยเฉพาะช่วงเย็น มักจะเกี่ยวกับการยืนนาน เส้นเลือดขอดทำงานไม่ดี หรือโรคระบบภายใน เช่น โรคหัวใจ โรคไต และโรคตับ มากกว่าโรค DVT ครับ อย่างไรก็ตาม ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดเพื่อความแม่นยำครับ

5 แนวทางป้องกันและดูแลหลอดเลือดดำให้แข็งแรง

  1. อย่านั่งนิ่งๆติดต่อกันหลายชั่วโมงพนักงานออฟฟิศหรือคนที่เดินทางไกลควรลุกเดิน เปลี่ยนท่าหรือขยับ “กระดกข้อเท้าขึ้น-ลง” เป็นระยะเพื่อช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อน่องบีบตัวส่งเลือดกลับขึ้นสู่หัวใจ
  2. หลังผ่าตัดห้ามเพลียยาวหากเพิ่งผ่าตัดหรือเจ็บป่วยมาเมื่อแพทย์อนุญาตให้เริ่มขยับตัวได้ ควรรีบพยายามขยับขยับขาเบาๆทันทีไม่ควรนอนนิ่งๆนานเกินไปเพราะกลัวเจ็บ แผลจะยิ่งทำให้เลือดไหลเวียนช้าและจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย
  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอการดื่มน้ำสะอาดอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความข้นหนืดของเลือดผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคไตควรปฏิบัติตามปริมาณที่แพทย์ประจำตัวแนะนำ
  4. วินัยในการทานยาหากได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือดจากแพทย์ต้องทานให้ตรงเวลา ห้ามหยุดยาเองและจำไว้ว่าอาหารเสริมหรือสมุนไพรไม่สามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันได้ครับ
  5. เลี่ยงอาหารทำลายหลอดเลือดลดการทานของทอด เนื้อสัตว์แปรรูปหมูสามชั้นหนังไก่ และของหวานจัดเพื่อควบคุมน้ำหนักลดระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดไม่ให้ไปสะสมจนหลอดเลือดอุดตันเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งครับ

ข้อควรระวังขั้นวิกฤต: ขาบวมไม่ได้แปลว่าเป็นลิ่มเลือดอุดตันเสมอไปครับแต่ถ้ามีอาการ ขาบวม ปวด ตุ่น ข้างเดียวร่วมกับมีอาการหายใจไม่อิ่มเจ็บแน่นหน้าอกหน้ามืดหรือไอเป็นเลือดให้รีบไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีครับเพราะนั่นคือสัญญาณว่าลิ่มเลือดได้หลุดไปอุดตันที่ปอดแล้ว!


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *