
- มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือ ลิมโฟมา (Lymphoma) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ในระบบน้ำเหลือง มีสองชนิดหลัก:
- Hodgkin Lymphoma: พบได้บ่อยในเด็ก
- Non-Hodgkin Lymphoma: พบมากในผู้ใหญ่
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบบ Non-Hodgkin มักเกิดในบริเวณคอและอก สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ
- ชนิดโตช้า: เติบโตช้าและอาจไม่มีอาการที่ชัดเจนในช่วงแรก
- ชนิดโตเร็ว: เติบโตอย่างรวดเร็วและหากไม่ได้รับการรักษาทันที อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในหนึ่งปี แต่ถ้ารักษาเร็ว มีโอกาสหายขาด
- ต่อมน้ำเหลือง มีอยู่ทั่วร่างกาย ดังนั้นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถพบได้ในหลายอวัยวะ เช่น ที่คอ รักแร้ ท้อง และขาหนีบ
- แบบโตเร็ว มีความรุนแรงมาก แต่หากได้รับการรักษาในระยะเริ่มต้น จะมีโอกาสหายขาดสูง
- ปัจจัยเสี่ยง ที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้แก่
- อายุที่มากขึ้น
- เพศชายพบความเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิงเล็กน้อย
- ผู้ที่สัมผัสสารเคมี เช่น สารฆ่าแมลง และเบนซีนอย่างต่อเนื่อง
- ผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (SLE)
- อาการเริ่มต้น ของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง:
- คลำพบก้อนเนื้อที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ซึ่งมักไม่เจ็บ
- มีไข้ที่ไม่ทราบสาเหตุ
- เหงื่อออกมากในเวลากลางคืน
- น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
- อาการคันทั่วร่างกายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- การรักษา ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของมะเร็ง และการแพร่กระจาย โดยวิธีการรักษาหลักประกอบด้วย:
- เคมีบำบัด เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง
- การใช้ Monoclonal antibody ซึ่งเป็นยาชีววัตถุที่ช่วยเสริมการรักษา
- การฉายรังสี ด้วยปริมาณที่เหมาะสมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
- ระหว่างการรักษา ผู้ป่วยควรออกกำลังกายเบาๆ พบว่าการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษา
- ไม่ต้องตกใจหรือกังวล เพราะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นมะเร็งที่มีการพยากรณ์โรคที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง และสามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบและรักษาแต่เนิ่นๆ
การเฝ้าระวังและใส่ใจต่อสัญญาณเริ่มต้นของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองให้หายขาดและเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ
Leave a Reply