ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) และผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค

  1. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือ ลิมโฟมา (Lymphoma) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ในระบบน้ำเหลือง มีสองชนิดหลัก:
  • Hodgkin Lymphoma: พบได้บ่อยในเด็ก
  • Non-Hodgkin Lymphoma: พบมากในผู้ใหญ่
  1. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบบ Non-Hodgkin มักเกิดในบริเวณคอและอก สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ
  • ชนิดโตช้า: เติบโตช้าและอาจไม่มีอาการที่ชัดเจนในช่วงแรก
  • ชนิดโตเร็ว: เติบโตอย่างรวดเร็วและหากไม่ได้รับการรักษาทันที อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในหนึ่งปี แต่ถ้ารักษาเร็ว มีโอกาสหายขาด
  1. ต่อมน้ำเหลือง มีอยู่ทั่วร่างกาย ดังนั้นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถพบได้ในหลายอวัยวะ เช่น ที่คอ รักแร้ ท้อง และขาหนีบ
  2. แบบโตเร็ว มีความรุนแรงมาก แต่หากได้รับการรักษาในระยะเริ่มต้น จะมีโอกาสหายขาดสูง
  3. ปัจจัยเสี่ยง ที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้แก่
  • อายุที่มากขึ้น
  • เพศชายพบความเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิงเล็กน้อย
  • ผู้ที่สัมผัสสารเคมี เช่น สารฆ่าแมลง และเบนซีนอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (SLE)
  1. อาการเริ่มต้น ของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง:
  • คลำพบก้อนเนื้อที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ซึ่งมักไม่เจ็บ
  • มีไข้ที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • เหงื่อออกมากในเวลากลางคืน
  • น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
  • อาการคันทั่วร่างกายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  1. การรักษา ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของมะเร็ง และการแพร่กระจาย โดยวิธีการรักษาหลักประกอบด้วย:
  • เคมีบำบัด เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง
  • การใช้ Monoclonal antibody ซึ่งเป็นยาชีววัตถุที่ช่วยเสริมการรักษา
  • การฉายรังสี ด้วยปริมาณที่เหมาะสมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
  1. ระหว่างการรักษา ผู้ป่วยควรออกกำลังกายเบาๆ พบว่าการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษา
  2. ไม่ต้องตกใจหรือกังวล เพราะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นมะเร็งที่มีการพยากรณ์โรคที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง และสามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบและรักษาแต่เนิ่นๆ

การเฝ้าระวังและใส่ใจต่อสัญญาณเริ่มต้นของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองให้หายขาดและเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *