ข้อคิดจากหนังสือวิธีพูด รับมือโต้กลับเอาคืนเมื่อโดน Bully

1. คุณกำลังโดน “บุลลี่” โดยไม่รู้ตัวอยู่หรือไม่? ถ้ามีคนมาทำให้คุณรู้สึกไม่ดีแล้วพวกเขาแก่ตัวว่า “พูดเล่น” หรือ เวลาที่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น พวกเขาจะทำเหมือนกับว่าเป็นความผิดของคุณคนเดียว เพื่อทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายถูก คุณอยู่กับพวกเขา คุณรู้สึกว่าจะต้องระมัดระวังคำพูด เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พูดไปนั้นจะทำให้พวกเขาไม่พอใจหรือเปล่า คุณมักจะรู้สึกดีเวลาอยู่ห่างจากคนเหล่านี้? ถ้าคุณกำลังมีคนแบบนี้อยู่ใกล้ตัว นั่นแสดงว่าคุณกำลังโดนบุลลี่ และควรที่จะหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด อาจจะไปขอคำปรึกษาจากคนรอบข้าง หรือขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจได้ ก่อนที่คุณจะด้อยค่าของตนเองลงไปโดยที่ไม่รู้ตัว และอาจจะนำมาซึ่งอาการซึมเศร้าที่อยากจะแก้ไขได้ หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นมา สำหรับคนที่โดนข่มเหง รังแก หรือ บุลลี่ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยหใคุณมีความมั่นใจ เข้าใจ และรับมือกับการโดนกลั่นแกล้งจนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นได้ในที่สุด

2. แสดงความเข้มแข็งบ้างเป็นระยะๆ การรับมือกับการโดนบุลลี่ เราต้องดูตามสถานการณ์ด้วยว่า เราจะต้องทำอย่างไรถึงจะเหมาะสม ถ้าเราหลีกเลี่ยง อลุ่มอะล่วย หรือ แสดงจุดยืนแล้วว่าที่พวกเขาทำนั้น “เราไม่ชอบ” แต่กลับไม่ได้ผล บางทีเราก็ต้องแสดงความเข้มแข็งให้อีกฝ่ายได้เห็นบ้าง เพื่อที่จะให้เขารู้ว่าเราไม่ได้อ่อนแอ แม้ว่าจะไม่ทำให้คนที่มาบุลลี่เรากลัวจนเลิกบุลลี่เราได้ แต่เราก็ต้องแสดงความเข้มแข็งออกมาบ้าง เพราะมันเป็นหนึ่งในกติกาที่เราจะต้องทำเวลาเราต้องการจะต่อต้านอะไรสักอย่าง ไม่ว่ามันจะได้ผลหรือไม่ แต่อย่างไรเราก็ต้องทำ แบบเดียวกับการก่อกวนคนอื่นให้รำคาญ แม้ว่าแรก ๆ คนที่โดนกวนจะไม่รำคาญ แต่นาน ๆ ไปเดี๋ยวก็จะเริ่มรำคาญแล้ว นั่นก็เพราะเขาทำหน้าที่บุลลี่ เมื่อทำไม่เลิก อีกฝ่ายก็ต้องรำคาญจนได้ เพราะนั่นคือกฎกติกาของธรรมชาติ ถ้าโดนกวนบ่อยทุกคนต้องรำคาญแน่นอน การแสดงความเข้มแข็งของเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราทำบ่อย ๆ อย่างน้อยเราก็จะได้รู้สึกอยู่เสมอว่าเราไม่ได้อ่อนแอ เพราะกฎของธรรมชาติเป็นแบบนั้น

3. สร้างพื้นที่ส่วนตัวให้ทุกคนรู้อย่างชัดเจน ถ้ามีคนกำลังเดินเข้ามาแล้วทำให้คุณรู้สึกว่าคุณอาจจะโดนกอดอย่างแน่นอน ให้คุณยื่นมือออกไป และบอกไปว่า กรุณาอย่าเข้าใกล้คุณมากเกินไป หรืออะไรทำนองนั้น เพื่อบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่า เขาไม่ควรที่จะเข้าใกล้คุณมากนัก หรือ คุณไม่ชอบที่จะให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัวโดยไม่เต็มใจ โดยเฉพาะการถูกเนื้อต้องตัวแบบไม่ให้เกียรติคุณ การบอกออกไปอย่างชัดเจนแบบนี้จะช่วยสร้างพื้นที่ส่วนตัวของคุณขึ้นมาได้ แม้ว่าเขาจะอยากเข้ามากอดคุณจริง ๆ ก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่า การทำแบบนั้นคุณไม่ชอบแน่ ๆ ซึ่งนั่นจะทำให้เขาต้องคิดหนักสักหน่อยถ้าเขาจะกอดคุณ หรือแม้ว่าเขาจะกอดคุณไปแล้ว แต่เขาก็ต้องรับรู้ไปด้วยเช่นกันว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นคุณไม่ชอบ

4. ให้เป็นคนมีอารมณ์ขันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีโอกาสที่จะโดนล้อเลียนหรือโดนบุลลี่ได้ทุกอาชีพ เพราะคนจะบุลลี่ย่อมหาเรื่องมาล้อเลียนเราได้ทุกเรื่องนั่นแหละ ดังนั้น ถ้าคุณโดนบุลลี่ด้วยการล้อเลียน สิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือ ให้ตอบโต้ด้วยมุกตลก ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรมา คุณก็จะต้องตอบกลับด้วยมุกตลกไปให้ได้ อาจจะคล้อยตามและหัวเราะร่วมไปด้วย เห็นการโดนล้อเลียนเป็นเรื่องตลกไป จนเราสามารถที่จะหัวเราะให้กับตนเองได้ เพราะการหัวเราะไม่เคยทำร้ายเรา ยิ่งเราหัวเราะออกมาจากใจได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลดีให้กับเราได้มากเท่านั้น ทำให้เรามีความคิดในทางบวกอยู่ทุกวัน ถ้าจะให้ดี ก็ให้เราดูคลิปตลก และจดมุกตลก ๆ เอาไว้ไปใช้ในที่ทำงานบ้างก็ได้ อาจจะจดไว้สัก 200 – 300 มุก เพราะอย่างน้อยก็จะต้องมีมุกตลกที่เราโดนใจ สามารถจำได้ และปรับใช้ได้กับชีวิตประจำวันของเรา ก็ให้เราหาโอกาสใช้มุกตลกที่จดไว้บ้าง เมื่อใช้บ่อย ๆ เราก็จะเริ่มมีความคิดสร้างสรรค์ในการปล่อยมุกแล้ว และจะทำให้เราเป็นคนอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าถ้ามีคนจ้องจะบุลลี่เราจริง ๆ อาจจะหันไปแกล้งเราแบบอื่น เช่น การข่มขู่ให้เรากลัว ฯลฯ แต่นั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขาแกล้งเราแบบเดิมไม่ได้แล้ว เลยใช้วิธีที่รุนแรงขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องใช้วิธีอีกในการรับมืออีกที แต่อย่างน้อยการปล่อยมุกตลกและทำให้ตนเองหัวเราะได้ ก็ทำให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงการโดนบุลลี่ได้หนึ่งอย่างแล้ว

5. การแก้ไขต้องเริ่มที่เราก่อน อย่ารอให้ใครมาช่วย แม้ว่าคุณอาจจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่ทำให้ชีวิตของคุณดูแย่ลง แต่มันก็ยังมีเส้นทางที่คุณจะสามารถทวงคืนชีวิตของคุณคืนมาได้ แต่คุณจะต้องลงมือเปลี่ยนแปลงมันด้วยตนเอง เพราะสถานการณ์ไม่อาจที่จะดีขึ้นมาได้ด้วยตัวมันเอง ถ้าจะรอให้มีคนอื่นมาช่วย มันก็อาจจะนานเกินไปหน่อย และไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยหรือไม่ ดังนั้นเราจึงต้องทำเอง ในชีวิตของมนุษย์ในแต่ละวัน มักจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และ น้ำตาปะปนกันไป ส่วนแบบไหนจะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับคุณเท่านั้น คุณสามารถที่จะสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับคุณเองได้ โดยไม่ต้องไปสนใจใคร พยายามทำให้มีแต่สิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในชีวิตของคุณเองให้มากกว่าสิ่งแย่ๆ แล้วชีวิตคุณก็จะค่อยๆดีไปเอง

6. ให้หาเวลาช่วยเหลือคนอื่นอยู่บ่อยๆ การช่วยเหลือคนอื่นจะช่วยให้คุณรู้สึกมีความภูมิใจในตนเอง เป็นวิธีการหนึ่งที่จะสร้างความมั่นใจ และความเข้มแข็งให้กับตนเองได้เป็นอย่างดี อย่างที่ทราบกันว่า การบุลลี่นั้นจะทำให้คนที่โดนแกล้งรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่ด้อยค่าทางสังคม นั่นเป็นความรู้สึกที่แย่มาก ใครก็ตามที่โดนแบบนั้นบ่อย ๆ อาจจะทำให้เฉาไปในเวลาอันรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อเป็นการต้านกัน เราจึงต้องสร้างความรู้สึกในทางบวกให้กับตนเองขึ้นมา โดยวิธีการหาเวลาว่างไปช่วยเหลือคนอื่น เช่น การเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสังคม หรือ แม้แต่การช่วยงานคนอื่นก็ทำให้เรารู้สึกดีได้ แม้ว่าคนที่เราช่วยนั้นเขาจะกลั่นแกล้งเราก็ตาม แต่เราจะมีความภูมิใจอยู่ลึกๆว่าเราได้ช่วยคนอื่นจนทำให้งานของเขาสำเร็จ ทำให้เรามีความมั่นใจและรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ส่วนคนที่สามารถกลั่นแกล้งคนที่มาช่วยเหลือตนเองนั่น พวกเขาจะเต็มไปด้วยพลังงานด้านลบ ซึ่งนั่นจะไม่เป็นผลดีต่อเขาอย่างแน่นอน แต่นั่นก็เป็นเรื่องของเขา เราถือว่าเราได้ช่วยคนแล้วก็พอ อย่าน้อยใจเวลาที่เราได้ช่วยคนอื่นแล้วแต่เขาก็ยังแกล้งเรา แต่ให้เราจงภูมิใจที่เรากล้าหาญพอที่จะสามารถช่วยคนอื่นได้ แม้คนๆนั้นจะยังคงแกล้งเราอยู่ก็ตาม

7. รู้ความสามารถของตนเอง แม้ว่าการช่วยเหลือคนอื่นจะทำให้เรารู้สึกว่าเรามีความภาคภูมิใจ มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องไปช่วยเหลือคนอื่นไปทุกเรื่อง สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ให้เรารู้ว่าตนเองนั่นทำอะไรได้บ้าง และเต็มใจที่จะช่วยเหลือคนอื่นมากน้อยแค่ไหน เรามีความพร้อมและกำลังเท่าไหร่ ก็ให้เราช่วยเท่าที่เราจะทำได้ ถ้าเหนื่อยมากเราก็พัก ถ้าเกินความสามารถ เราก็อาจจะช่วยให้คำแนะนำไป และบอกว่าเรื่องนี้มันเกินความสามารถของเรา เราอาจจะช่วยได้ไม่เต็มที่ ให้ลองหาคนอื่นมาช่วยน่าจะดีกว่า ถ้าไหวเราก็ทำ ไม่ไหวก็ต้องบอกไม่ไหว อย่าฝืนตนเองมาก ทำเท่าที่ทำได้ เมื่อเราไม่ต้องฝืนตัวเองมาก เราก็จะมีความสุขที่ได้ทำการช่วยเหลือคนอื่นได้ และความภูมิใจและความมั่นใจของเราก็จะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ยิ่งเราทำเป็นประจำ เราก็จะยิ่งเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นความมั่นใจนี้แหละที่จะเป็นตัวต้านทานการโดนบุลลี่ได้เป็นอย่างดี

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หนังสือเล่มนี้ยังมีข้อคิดดีๆ อีกมาก ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=203258789470514&set=a.133111916485202


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *