คราบหินปูนเกาะหลอดเลือด ภัยเงียบเสี่ยงสโตรกหัวใจวาย!เปิด 4 อาหารหลักกู้คืนหลอดเลือดสะอาด

กรุงเทพฯ แพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญด้านระบบหลอดเลือดและหัวใจออกมาเตือนถึงภัยเงียบที่ร้ายแรงที่สุดโรคหนึ่งของคนยุคปัจจุบันนั่นคือภาวะคราบหินปูนเกาะหลอดเลือด (Vascular Calcification) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) และภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน (Heart Attack) โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการเตือนใดๆจนกระทั่งเกิดความวิกฤตกับร่างกาย

กลไกอันตรายหินปูนไปอยู่ในหลอดเลือดได้อย่างไร?

ในทางการแพทย์คราบหินปูนในหลอดเลือดไม่ได้เกิดจากการรับประทานแคลเซียมมากเกินไป แต่เกิดจากกระบวนการอักเสบเรื้อรังของผนังหลอดเลือดด้านในเมื่อร่างกายมีไขมันเลว (LDL Cholesterol) และอนุมูลอิสระสูงไขมันเหล่านี้จะเข้าไปฝังตัวอยู่ใต้ผนังหลอดเลือด จากนั้นร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวเข้ามาจัดการและดึงเอาแคลเซียมในกระแสเลือดมาพอกทับเพื่อพยายามปิดกั้นบาดแผลผลลัพธ์คือเกิดเป็นแผ่นคราบไขมันผสมหินปูน (Athemsclerotic Plaque) ที่หนาและแข็งส่งผลให้

  • หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่นและตีบแคบลงเรื่อยๆทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือด
  • เสี่ยงแผ่นคราบปริแตก (Plaque Rupture) หากวันใดที่แรงดันเลือดสูงจนคราบหินปูนนี้แตกออกร่างกายจะสร้างลิ่มเลือดมาเกาะทันทีซึ่งจะไปอุดตันทางเดินเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจอย่างเฉียบพลันในเวลาไม่กี่นาที

เปิด 4 อาหารหลักตามหลักโภชนบำบัด ปรับไขมันในเลือดได้จริง

สมาคมโรคหัวใจและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแนะนำว่าการจะลดการสะสมของคราบหินปูนและปรับสัดส่วนไขมันในเลือดไม่ใช่แค่การอดอาหารแต่คือการเลือกรับประทานสารอาหารจำเพาะ 4 กลุ่มนี้

  • 1. กลุ่มกรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3 Fatty Acids) พบมากในปลาทะเลน้ำลึก (เช่น แซลมอน, ซาบะ) และธัญพืชอย่างเมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเชีย โอเมก้า-3 มีคุณสมบัติเด่นในการลดระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มไขมันดี (HDL) และที่สำคัญที่สุดคือลดการอักเสบของผนังหลอดเลือดซึ่งเป็นต้นตอของการฟอร์มตัวของหินปูน
  • 2. กลุ่มใยอาหารละลายน้ำได้ (Soluble Fiber) พบในข้าวโอ๊ต, ถั่วเลนทิล, แอปเปิ้ล, และบุกใยอาหารประเภทนี้จะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำจิ๋วในระบบทางเดินอาหารคอยดักจับน้ำดีและคอเลสเตอรอลในลำไส้แล้วขับถ่ายออกมาทำให้ตับต้องดึงไขมันเลว (LDL) ในกระแสเลือดไปใช้ส่งผลให้ระดับไขมันรวมลดลง
  • 3. กลุ่มสารอาหารที่มีวิตามิน K2 และสารสกัดจากข้าวยีสต์แดง (Red Yeast Rice) วิตามิน K2 พบในถั่วเน่า natto, ชีสบางชนิดมีหน้าที่สำคัญในการจัดระเบียบแแคลเซียมโดยจะช่วยดึงแคลเซียมออกจากหลอดเลือดแล้วส่งไปเก็บที่กระดูกแทนจึงลดการเกิดหินปูนในหลอดเลือดได้โดยตรงขณะที่สารสกัดจากข้าวยีสต์แดงมีสาร Monacolin K ที่มีโครงสร้างคล้ายยาลดไขมันช่วยยับยั้งการสร้างคอเลสเตอรอลที่ตับ
  • 4. กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง High Antioxidants เช่น ชาเขียว สาร EGCG, กระเทียมสาร Allicin, และผักตระกูลกะหล่ำสารเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ไขมัน LDL เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน Oxidation กับอนุมูลอิสระในร่างกายเพราะถ้าไขมันไม่ถูกออกซิไดซ์มันจะไม่สามารถเข้าไปฝังตัวและกลายเป็นหินปูนใต้ผนังหลอดเลือดได้

คำแนะนำเพิ่มเติมทางการแพทย์เพื่อหลอดเลือดที่สะอาด

  • ตรวจเช็กค่าความแข็งตัวของหลอดเลือด (CAC Score) นอกจากการเจาะเลือดดูค่าไขมันธรรมดาแล้วผู้ที่มีความเสี่ยงสูง (สูบบุหรี่, ความดันสูง, มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจ Coronary Artery Calcium (CAC) ซึ่งเป็นการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูปริมาณหินปูนในหลอดเลือดหัวใจโดยตรงเพื่อประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าได้แม่นยำที่สุด
  • หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์และน้ำตาลขัดสีน้ำตาลและไขมันแปรรูปคือตัวการอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในระบบหลอดเลือดซึ่งเป็นตัวเร่งให้หินปูนเกาะตัวได้เร็วขึ้น
  • ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอสม่ำเสมอการเดินเร็ววิ่งเหยาะๆหรือปั่นจักรยาน วันละ 30 นาที ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด และกระตุ้นการทำงานของไขมันดี (HDL) ในการไปเก็บขยะไขมันออกจากระบบหลอดเลือด

สรุปจากผู้เชี่ยวชาญ: การดูแลหลอดเลือดให้สะอาดไม่ใช่เรื่องของการทานยาลดไขมันเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและไลฟ์สไตล์ เพื่อหยุดต้นตอของการอักเสบในร่างกายก่อนที่สายเกินไป

เพราะหลอดเลือดที่สะอาดคือจุดเริ่มต้นของอายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพวันนี้คุณเริ่มปรับเปลี่ยนเมนูอาหารเพื่อดูแลหลอดเลือดของตัวเองแล้วหรือยังครับ?


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *