
อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นมากในเวียดนาม ลาว และไทย เช่น เวียดนามมีอุณหภูมิสูงถึง 44.2 องศาเซลเซียส (°C) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 43.5°C ที่หลวงพระบางในประเทศลาว รวมทั้งกรุงเทพมหานครของไทย อุณหภูมิอยู่ที่ 41°C ในช่วงสุดสัปดาห์ สถานการณ์คลื่นความร้อนที่รุนแรงนี้เมื่อผสมกับมลพิษจากฝุ่น PM2.5 ในบางพื้นที่จะทำให้มีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หลอดเลือดหัวใจ และไตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้โอกาสในการเสียชีวิตของคนอาเซียนเพิ่มมากขึ้นถึง 21% จากการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้วใน American Journal of Respiratory and Critical Care Medicine นักวิจัยพบว่า ความร้อนจัดหรือคลื่นความร้อนเพียงอย่างเดียวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตประมาณ 6% แต่เมื่อมีมลพิษอากาศจากฝุ่น PM2.5 หรือมลพิษทางอากาศประเภทอื่นๆ มาผสมเข้าไปอีก จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอีกประมาณ 5% เมื่อทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น 21% ราเจซ คูมาร์ นักวิทยาศาสตร์โครงการของศูนย์วิจัยบรรยากาศแห่งชาติในโคโลราโด กล่าวว่า คลื่นความร้อนที่รุนแรงและมลพิษอากาศในระดับสูงอาจทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น “ความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว และมลพิษอากาศจะเพิ่มการอักเสบในปอดและทั่วร่างกาย ดังนั้นสิ่งนี้จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง” เขากล่าว คูมาร์ กล่าวว่า ผลกระทบด้านสุขภาพจากคลื่นความร้อนจัดและ PM2.5 เป็นปัญหาระดับโลกแต่ความเสี่ยงเริ่มรุนแรงเป็นพิเศษทั่วเอเชียในช่วงสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยังพบว่า ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ประเทศในอาเซียนยังเผชิญกับมลพิษจากโอโซนสูงสุดอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังจะทำให้การศึกษาเด็กๆ ต้องชะงักลง และคุกคามการเรียนรู้ระหว่างเด็กๆ ในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาในวงกว้างขึ้น โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เด็กราว 33 ล้านคนถูกบังคับให้อยู่บ้านในขณะที่โรงเรียนในบังกลาเทศต้องสั่งปิดโรงเรียน 2 ครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาท่ามกลางคลื่นความร้อน และอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 43.3 องศาในวันจันทร์ที่แล้วในขณะที่บางพื้นที่ในประเทศเอเชียใต้อุณหภูมิสูงถึง 37.7°C ตามรายงานขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า มีเด็กประมาณ 243 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ร้อนขึ้นและยาวนานขึ้น ทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากความร้อนมากขึ้น และถึงขั้นเสียชีวิตได้ “เด็กเล็กมีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเสียชีวิตและความเจ็บป่วยจากความร้อน รวมถึงภาวะระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคหลอดเลือดหัวใจ” ยูนิเซฟระบุในแถลงการณ์เมื่อเดือนที่แล้วผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศส่วนใหญ่ สรุปตรงกันว่า เหตุการณ์สภาพอากาศที่เลวร้ายนี้มาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิด “สภาพอากาศสุดขั้ว” ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะเกิดน้ำท่วม พายุรุนแรงและพายุไซโคลนเกิดขึ้นบ่อยขึ้นและเป็นอันตรายมากขึ้น โดยคนจนจะต้องทนทุกข์ทรมานมากที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/climatecenterthailand
Leave a Reply