
หลายคนเข้าใจว่า “ความดันโลหิต” คือเรื่องของผู้สูงอายุหรือคนที่ป่วยเท่านั้นแต่ในความจริงไม่ว่าจะ “ความดันต่ำ” หรือ “ความดันสูง” ต่างก็เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนและอันตรายได้พอๆกัน โดยเฉพาะถ้าไม่รู้ตัวหรือปล่อยไว้เรื้อรังลองมาดูความแตกต่างของสองภาวะนี้กันให้ชัด แล้วดูแลตัวเองก่อนที่สุขภาพจะส่งสัญญาณเตือนช้าไป
ความดันต่ำ (Hypotension) ไม่อันตรายแต่อาจล้มได้ทุกเมื่อ
เกิดจากอะไร?
- พักผ่อนไม่พอ นอนดึก
- ขาดน้ำ หรืออดอาหาร
- ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ
- ผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาลดความดัน หรือยาขับปัสสาวะ
อาการที่พบได้บ่อย:
- เวียนศีรษะ หน้ามืด
- ใจสั่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- ลุกเร็วแล้ว “ตาพร่า หัวจะทิ่ม”
- มือเท้าเย็น หรือชีพจรเบา
ความเสี่ยง: อาจล้มหมดสติจากแรงดันเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอในบางกรณี เช่น ในผู้สูงอายุ อาจล้มแล้วกระดูกหัก หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นตามมา
ความดันสูง (Hypertension) ภัยเงียบที่อาจถึงชีวิต
เกิดจากอะไร?
- เครียดเรื้อรัง พักผ่อนไม่เพียงพอ
- บริโภคเค็มจัด หรืออาหารไขมันสูง
- น้ำหนักเกิน ขาดการออกกำลังกาย
- พันธุกรรม หรือโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน
จุดน่ากลัวคือ: มักไม่แสดงอาการ จนกระทั่งเกิดโรคร้ายแรง เช่น
- โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต)
- หัวใจวาย หรือหัวใจล้มเหลว
- ไตเสื่อมเรื้อรัง จนต้องฟอกไต
แล้วแบบไหนอันตรายกว่ากัน?
จริงๆแล้ว “ทั้งความดันต่ำและความดันสูง” ต่างก็เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีปัญหาในระบบไหลเวียนเลือด
- ความดันต่ำ มักแสดงอาการเร็วและชัดเจน จึงสามารถจัดการได้ทัน
- ความดันสูง กลับแฝงตัวเงียบๆ แต่ทำลายอวัยวะภายในอย่างต่อเนื่องแบบที่ไม่รู้ตัว
ดังนั้น หากถามว่า “อันไหนอันตรายกว่ากัน”คำตอบคือความดันสูงน่ากลัวกว่าในแง่ของผลระยะยาวและโอกาสเกิดโรคร้ายแรงแต่ความดันต่ำก็ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นบ่อยหรือรุนแรงจนหมดสติ
วิธีป้องกันง่ายๆแค่วัดความดันเป็นประจำ
- แนะนำให้มีเครื่องวัดความดันติดบ้านไว้
- วัดตอนเช้าก่อนนอน หรือเวลารู้สึกผิดปกติ
- จดบันทึกค่าความดันไว้ดูแนวโน้ม
- ถ้าค่าเกินหรือต่ำกว่าค่าปกติหลายครั้ง ควรรีบพบแพทย์
ค่าความดันโลหิตปกติสำหรับผู้ใหญ่:
- ตัวบน (Systolic) : 90–120 mmHg
- ตัวล่าง (Diastolic) : 60–80 mmHg
หากเกิน 140/90 หรือต่ำกว่า 90/60 อย่างต่อเนื่อง ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
สุขภาพดีเริ่มจากการรู้จักตัวเลขของตัวเอง
เครื่องวัดความดันอาจดูธรรมดาแต่มันคืออุปกรณ์สำคัญที่ช่วย “จับสัญญาณเงียบ” ก่อนที่โรคใหญ่จะเกิดอย่ารอให้ล้ม หรือเส้นเลือดแตกแล้วค่อยมาดูแลกันนะคะ เริ่มต้นง่ายๆด้วยการรู้ค่าความดันของคุณวันนี้เพื่อชีวิตที่แข็งแรงในวันข้างหน้า
Leave a Reply