ความพยายามไม่เคยทำร้ายใครจริงเหรอ? ลองให้กำลังใจตัวเองด้วย 6 ประโยคนี้

ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา ย่อมต้องผ่านเรื่องราวที่แตกต่างกัน ทั้งทุกข์ สุข ดีใจ ผิดหวัง เสียใจ เหมือนกับรสชาติของอาหาร ที่มีทั้ง เผ็ด หวาน มัน เค็ม รสชาติเหล่านี้แม้จะต่างกัน แต่เมื่อนำมารวมกันแล้ว กลับกลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อบางครั้ง ช่วงเวลาแห่งความสุขก็มักจะผ่านไปไวเสมอ เพียงแค่พริบตาเดียวมันก็สิ้นสุดลงแล้ว ต่างจากช่วงเวลาที่เราต้องเผชิญความทุกข์ใจ ที่แม้จะพยายามกลั้นใจให้ผ่านไปโดยเร็วที่สุด แต่ความทุกข์นั้น กลับไม่ผ่านพ้นไปเสียทีที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือ ในยามที่ความทุกข์ทำร้ายจิตใจเรามาก ช่วงเวลานั้นก็กลับยาวนานกว่าเดิม โดยเฉพาะเวลาที่เราทุ่มเทพยายามทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จแต่ผล ที่ออกมากลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ซ้ำร้ายมันยังออกมาตรงกันข้ามกับเป้าหมายด้วยซ้ำ ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่า ความพยายามที่ใครต่างบอกว่า จะนำพาสู่ความสำเร็จมันจะเป็นความจริงหรือไม่? ถ้าจริง ทำไมพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ถึงไม่มีอะไรให้รู้สึกชื่นใจขึ้นมาได้บ้างเลยวันนี้ เราได้รวบรวมประโยคให้กำลังใจ สำหรับคนที่กำลังรู้สึกว่า โลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย อ่านจบแล้วคุณอาจจะได้พลังบวกกลับไปเติมให้ชีวิตมากขึ้นก็ได้นะ

“เราเหนื่อยมามากพอแล้ว ปล่อยให้ชีวิตมันไหลไปตามธรรมชาติบ้างเถอะ”

ฮาวัน ผู้เขียนหนังสือ ‘นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ’ กล่าวไว้ว่า ตัวเขาเองเคยกลัวที่จะสะดุดล้ม แล้วกลายเป็นผู้รั้งท้ายในสนามชีวิต แต่เมื่อได้บอกกับตัวเองว่า เลิกฮึดสู้แล้วผ่อนคลายบ้าง ถอยออกมาสักก้าวสองก้าวคงไม่เป็นอะไร ผลลัพธ์ที่ได้ก็กลับดีขึ้น นั่นเป็นเพราะเขาได้ทิ้งความกดดันที่เคยแบกไว้ แล้วค่อยๆ ทำมันอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเราไม่ได้กดดันตัวเอง หรือทุ่มเทพลังงานทั้งหมดที่มีมากเกินไป ความรู้สึกคาดคั้นว่าต้องสำเร็จ ต้องทำได้ ก็พลอยหายไปด้วย

“ทำสิ่งที่ควรทำมามากแล้ว ตามใจตัวเองบ้างเถอะ”
ที่ผ่านมา เราพยายามมีระเบียบวินัยในตัวเอง ทำงานตั้งใจอย่างสม่ำเสมอ ถึงเวลาแล้วที่จะได้ทำตามใจตัวเองบ้าง การทำตามใจตัวเองในที่นี้อาจเป็นการนั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยก็ได้ หากเราพอใจ และมีความสุขที่จะทำเช่นนั้น ก็ถือว่าเป็นการเติมเต็มความสุขให้ตัวเองได้

“ถ้าข้างในไม่ไหวก็ไม่ควรฝืนต่อไป”
เมื่อรู้ตัวว่า อีกนิดจะไม่ไหวแล้ว อาจต้องลองมาพินิจดูอีกครั้งว่า ถ้าล้มเลิกสิ่งที่กำลังทำอยู่ไป จะเกิดผลกระทบมากน้อยแค่ไหน หากเป็นผลกระทบระดับที่พอรับได้ ก็อย่าฝืนตัวเองจะดีกว่า
“ไม่สมหวังเป็นปกติของชีวิต”
บางครั้งความสำเร็จก็ไม่ได้อาศัยเพียงความขยันหมั่นเพียรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงโอกาสและโชคลาภอีกด้วย ถ้าครั้งนี้ทำไม่สำเร็จ อาจไม่ใช่ความผิดของเรา แต่เป็นเพราะจังหวะและโอกาสมันไม่ลงล็อกก็เท่านั้นเอง

“เราไม่ได้เผชิญกับความล้มเหลวเพียงคนเดียว”
มีคนอีกมากมายที่พยายามแล้วไม่สำเร็จ ดังนั้น ถ้ารู้สึกเหนื่อยล้า ก็จงพักก่อน อย่าฝืนเดินต่อไป เพราะมันจะยิ่งทำให้ความรู้สึกของเรายิ่งพังลงไปอีกหลายคนอาจรู้สึกว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่คนเก่งประสบความสำเร็จ ทำไมมีแต่เราที่ยังอยู่ตรงนี้ จึงทุ่มเทพยายามโดยลืมไปว่า ร่างกายก็มีวันอ่อนแรง

“จะลงเรือกลางคันก็ไม่แปลก ถ้าจุดหมายปลายทางของเราเปลี่ยนไป”

เมื่อเรามุ่งมั่นทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้เป้าหมายสัมฤทธิ์ผลมาเป็นเวลานาน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมา กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คาดไว้ การหยุดทำสิ่งนั้นแล้วหันมาตั้งเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้มากกว่า อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้แล้ว มากไปกว่านั้น ยังเป็นการแสดงความกล้าหาญในการทิ้งสิ่งที่เคยพยายามมา แล้วเปลี่ยนไปทำสิ่งใหม่อีกด้วย
ถ้าพยายามแล้วมันเหนื่อย พักบ้างก็ได้นะ เพราะสุดท้ายแล้วเราก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ที่จะต้องมีวันเหนื่อย ท้อ และล้มเลิก วนเวียนเช่นนี้อยู่เรื่อยไปเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคนนั่นแหละ

เรียบเรียงโดย Kwanjira Juatsuntikul ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=722327696595031&set=a.630751835752618


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *