
ทั้งที่การฟังหรือดูสิ่งที่น่ากลัวอาจทำให้เรารู้สึกกลัวและวิตกกังวลแต่จริงๆ แล้วมันมีเหตุผลทางจิตวิทยาที่อธิบายพฤติกรรมนี้ได้อย่างน่าสนใจค่ะ
ความต้องการกระตุ้น (Arousal Theory)
บางคนฟังเรื่องผีเพราะต้องการสัมผัสความตื่นเต้นหรือความรู้สึกที่มาพร้อมกับการกระตุ้นทางประสาท ซึ่งเกิดจากการหลั่งสารอะดรีนาลีนและโดปามีนในร่างกาย เมื่อเราได้ยินหรือดูอะไรที่ทำให้เรารู้สึกตกใจ หัวใจเต้นแรง หรือรู้สึกตื่นตัว มันจะทำให้เรารู้สึกดีและผ่อนคลายในที่สุดหลายครั้งที่การได้รับประสบการณ์ที่กระตุ้นเช่นนี้สามารถช่วยให้เรารู้สึกสนุกและฟินในขณะที่ยังคงรู้สึกปลอดภัย
การสวมบทบาท (Catharsis Theory)
การฟังเรื่องผีหรือดูหนังผีทำให้เราได้เผชิญกับความกลัวในรูปแบบที่ปลอดภัย โดยรู้ว่าไม่มีภัยคุกคามจริงๆ ซึ่งอาจช่วยให้เราระบายความเครียดหรือความรู้สึกที่ไม่สามารถปลดปล่อยออกมาได้ในชีวิตประจำวัน การสัมผัสกับความกลัวในลักษณะนี้ทำให้เราเข้าใจว่าเราสามารถรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้นจากการปลดปล่อยอารมณ์เหล่านั้นออกมา
การตอบสนองสู้หรือหนี (Fight-or-Flight Response)
เมื่อเราประสบกับสถานการณ์ที่ตกใจ หรือดูสิ่งที่น่ากลัว ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน ซึ่งจะทำให้ร่างกายตื่นตัวและพร้อมที่จะต่อสู้หรือหนีแม้ว่าการดูเรื่องผีจะไม่ได้มีอันตรายจริงๆแต่มันสามารถกระตุ้นการตอบสนองแบบ “สู้หรือหนี” ในรูปแบบจำลองทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นในขณะที่ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย
ทฤษฎีเหล่านี้จึงช่วยอธิบายได้ว่าทำไมหลายคนแม้จะกลัวผีแต่ก็ยังคงชอบฟังเรื่องผีหรือดูหนังผี เพราะมันให้ทั้งความตื่นเต้นและช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัยในขณะเดียวกันถ้าความเครียดจากชีวิตประจำวันทำให้รู้สึกไม่สบายใจ การปลดปล่อยอารมณ์หรือสัมผัสกับสิ่งที่กลัวในรูปแบบปลอดภัยสามารถช่วยให้เราผ่อนคลายได้ค่ะ หากมีความเครียดที่ยังค้างคาใจ หรือไม่สามารถหายจากความวิตกกังวลได้ การปรึกษาจิตแพทย์หรือจิตวิทยาก็เป็นวิธีที่ดีในการรับคำแนะนำและดูแลสุขภาพจิตค่ะ
Leave a Reply