
มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับการเสพเนื้อหาบนโลกออนไลน์ที่ไม่สำคัญและทำให้สมองของเราทำงานได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะในยุคที่การใช้โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน คำนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้เพื่ออธิบายผลกระทบจากการเสพเนื้อหาที่ไร้สาระในโลกออนไลน์ จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์และประสาทวิทยา การเสพเนื้อหาที่ไม่ส่งเสริมการคิดหรือไม่ท้าทายสมองสามารถมีผลกระทบต่อการทำงานของสมองได้จริง ๆ การศึกษาหลายครั้งแสดงให้เห็นว่า การใช้เวลาในโลกออนไลน์มากเกินไปสามารถทำให้สมองปรับตัวไปตามลักษณะของการเสพเนื้อหาผิวเผิน ซึ่งไม่ต้องการการคิดลึกหรือการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ส่งผลให้สมองของเราทำงานอย่างรวดเร็วและตื้นเขิน เช่นเดียวกับการที่เราตอบสนองต่อการเสริมแรงจากการได้รับ “ไลค์” หรือ “คอมเมนต์” ในโซเชียลมีเดีย การเสพเนื้อหาผิดประเภทสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมองได้ เช่น การเพิ่มความสามารถในการทำหลายอย่างพร้อมกัน (multitasking) แต่ในทางตรงกันข้ามการทำงานหลายอย่างพร้อมกันอาจลดทอนความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลและการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน นอกจากนี้การเสพเนื้อหาผิวเผินยังสามารถส่งผลต่อความสามารถในการเก็บข้อมูลและสร้างความรู้ใหม่ๆ เนื่องจากสมองจะใช้เวลาในการ “ประมวลผล” ข้อมูลในลักษณะของการเรียนรู้ที่ไม่มีความลึกหรือการสังเคราะห์ที่ต้องใช้ความคิดและการวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่า การใช้โซเชียลมีเดียและเสพเนื้อหาที่ไม่ส่งเสริมการคิดอย่างมีเหตุผลสามารถสร้างผลกระทบที่ทำให้สมองไม่สามารถทำงานได้เต็มที่หรืออย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรแม้ว่าโลกออนไลน์จะมีข้อดีในแง่ของการเข้าถึงข้อมูลมากมายแต่การใช้มันอย่างระมัดระวังและมีวิจารณญาณจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงการกลายเป็น “สมองเน่าๆ” จริงๆ
Leave a Reply