
ในความเป็นจริงก็ไม่ใช่เสมอไปนะครับ บางช่วงเวลาเราก็อดสมน้ำหน้าตัวเองไม่ได้ที่ผิด หวังว่า “เห็นไหมล่ะ แกมันไม่สมควรได้อะไรดีๆหรอก” หนึ่งในที่มาของความรู้สึกทำนองนี้ น่าจะมาจากปมในวัยเด็กที่มีคนทำให้เราเชื่อว่าตัวเราไม่ควรได้รับความรักในหนังสือ “ปาฏิหาริย์แห่งการรักตัวเอง” เขียนโดย Louise Hay มีบทหนึ่งเธอพูดถึงการรักและให้ อภัยเด็กน้อยในตัวเองครับ หลายคนอาจเติบโตมาในบ้านที่บอกว่าเรื่องแย่ๆเกิดขึ้นเพราะ เราเป็นต้นเหตุมาตั้งแต่เด็กๆหรืออาจเคยทำเรื่องผิดพลาดน่าอายในวัยเด็กจนไม่เป็นที่รัก
พอเราโตขึ้นมาแล้วความคิดของเราจะแผ่ขยายไปสู่คนอื่นด้วยครับ เช่น ถ้าเราเชื่อว่าเราไม่ดีพอ เราสงสัยในตัวเอง เราก็จะฉายความรู้สึกผิดนี้ไปสู่คนอื่นเหมือนพ่อแม่บางคนที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบถูกดุด่า โดนด้อยค่า เพราะคิดว่าคำดูถูกจะเป็นแรงผลักดันได้ก็อาจนำวิธีนี้มาใช้กับลูกของตัวเองใช้คำหยาบคายหรือเกรี้ยวกราดใส่ลูก ซึ่งผลลัพธ์มันอาจเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ใช่ความสำเร็จตรงกันข้ามหากพ่อแม่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยการสนับสนุนทางอารมณ์ ความมั่นใจก็มีแนวโน้มจะเชื่อว่าลูกจะตัดสินใจสิ่งต่างๆได้ดี วิธีพูด วิธีเลี้ยงดู ก็จะแตกต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนที่คุณจะส่งต่อพลังลบไปสู่คนรอบตัว หันกลับมาให้อภัยเด็กน้อยในตัวเองบ้างครับ อะไรที่เคยพลาด หรือเคยถูกทำให้คุณไม่รักตัวเอง อย่าส่งต่อไปให้คนอื่น ให้คิดแบบนี้ครับ ไม่ว่าตอนเด็กเราจะทำพลาดอะไร โดนต่อว่าหรือรังเกียจเดียจฉันยังไงแต่เราทุกคนต่างทำดีที่สุดแล้วในตอนนั้น เราไม่เคยว่าเด็กเล็กๆว่าเป็นคนเลวนะ แล้วก็ไม่มีใครเกิดมาพร้อมความผิด ดังนั้นจึงไม่มีใครไร้ค่านะครับวิธีบำบัดจิตใจตัวเองง่ายๆคือนั่งหน้ากระจก แล้วพูดกับตัวเองเลยว่าเราน่ารักและชีวิตรักเรา เรายกโทษให้ตัวเองสำหรับทุกช่วงเวลาที่หวาดกลัว และทำตัวไม่น่ารักแน่นอนว่ามันอาจดูเขินๆแต่ลองทำตอนอยู่คนเดียวดูครับถ้าเกิดมันได้ผล ผลัพธ์มันน่าจะคุ้มค่าครับเนื้อหาดังกล่าวทำให้ผมต่อยอดออกมาเป็นข้อคิดได้อีกข้อว่า “อย่าเชื่อสิ่งที่คนอื่นด่าเราแต่ให้เชื่อสิ่งที่เราเป็น”ผมว่ามีคนจำนวนมากที่เชื่อคนอื่นเวลาเขาบอกว่าเราเป็นปัญหา หรือเราเป็นคนผิดและในชีวิตเราเจอคนแบบนี้อยู่เสมอยกตัวอย่างใกล้ตัวสุดสำหรับผมก็คงจะเป็นการทำคอนเทนต์ลงเพจนี่แหล่ะครับมีบางครั้งที่คนเข้ามาบอกว่าผมดีต่อพูด บ้างก็ว่ามั่ว หรือไร้สาระก็มีครับ ถ้าผมเชื่อคนเหล่านี้ทุกครั้งที่ถูกต่อว่า ผมคงไม่สามารถฟื้นตัวจากโรคซึมเศร้าได้เลยกลับกัน ผมมักจะมาย้อนดูแนวคิดในการทำคอนเทนต์ของผมอยู่เสมอ คือผมคิดว่าหนังสือทุกเล่มมีประโยชน์ เลยอยากชวนทุกคนมาอ่านและหาข้อคิดไปด้วยกันดังนั้น สิ่งที่ผมเป็นจริงๆ คือผมเป็นคนเอาข้อคิดจากหนังสือมาแชร์ให้ฟัง ซึ่งไม่น่าจะเสียหายอะไร และไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนคอมเมนต์บอกผมจริงไหมครับ
ทุกคนเองก็เช่นกันครับ เวลาทำอะไรแล้วโดนด่า โดนว่า ให้ลองคิดดูว่ามันเป็นจริงไหม ถ้ามันไม่ใช่ ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อคนอื่น บางคนเขาไม่ได้ติเพื่อก่อ แต่เขาติเพราะเกลียดชังเราเท่านั้น ให้ปล่อยผ่านไปครับ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=368007762719630&set=a.121308694056206
Leave a Reply