คุณได้ยินเรื่องเดิมที่เล่าให้ฟังมาแล้วกี่รอบ ? แท้จริงแล้วเรื่องราวซ้ำๆ เหล่านั้นเกิดจากอะไรและมีอะไรซ่อนอยู่ ?

“สมัยโน้นนะ” “สมัยพ่อหนุ่มๆ นะ” หรืออาจจะเป็นคำสอนต่างๆ เรื่องราวการทำงาน ความยากลำบาก หรือความภาคภูมิใจของเขา ที่เราน่าจะเคยได้ยินไม่ต่ำกว่า 10 รอบ หรือ 100 รอบพอผู้ใหญ่เริ่มเกริ่นประโยคนี้ขึ้นมาทีไร เรื่องนานาประสบการณ์ก็จะถูกฉายซ้ำอีกครั้ง โดยไม่ลดละ อย่างกับว่าเขาไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน แต่กลับเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เราเคยได้ ยินมาแทบไม่อยากนับครั้ง เพราะฟังบ่อยครั้งจนจำพล็อตนั้นได้แม่นยำแล้ว ทว่าเรื่องเล่าเหล่านี้ที่ถูกฉายซ้ำบ่อยเกินไปจากผู้ใหญ่ ทำให้เรามีความรู้สึกเบื่อหน่าย จำเจ รำคาญ จนไม่อยากร่วมสนทนาด้วย และในที่สุดช่องว่างความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้ใหญ่ก็ค่อยๆ เหือดหายลงอย่างไม่จงใจ

หากมองให้ลึกลงไปกว่าการพูดแต่เรื่องเดิมซ้ำๆ ของผู้ใหญ่ นัยหนึ่งมักเกิดจากการที่เขาอยากชวนลูกหลานพูดคุยด้วยความเป็นห่วงเสียมากกว่า หลายครั้งจึงหยิบเอาประสบการณ์อันน่าจดจำหรือเรื่องที่ติดค้างอยู่ภายในใจมาประโคมให้เราฟังซ้ำทุกครั้งที่เจอหน้า จนลืมว่ายุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา กระทั่งแนวคิด วิธีถามไถ่ หรือเรื่องบางเรื่องของเขากลายเป็นแค่เรื่องราวน่าเบื่อ เสียมารยาท และก้าวก่ายจนเกินความจำเป็นสำหรับเรา แน่นอนว่า ยิ่งเรากลับมาอยู่บ้านโดยสมบูรณ์ ยิ่งต้องหนีไม่พ้นการเจอผู้ใหญ่เล่าถึงเรื่องเก่าๆ ประสบการณ์ความลำบากเดิมๆ หรือเรื่องที่เขากลัวเราจะทำผิดพลาดบ่อยขึ้น ราวกับว่าเราจะต้องทำพลาดแน่ๆ ในอีกวันสองวันต่อจากนี้

ซึ่งในบางครั้งเรื่องที่ผู้ใหญ่เล่าก็ไม่ได้ถูกใจเราเสมอไป แต่หากลอง ‘เปิดใจฟัง’ สักครั้ง จะเห็นถึง ‘กุญแจสำคัญ’ จากเรื่องเล่าซ้ำๆ ของผู้ใหญ่ไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นข้อผิดพลาดที่ควรระวัง ทางลัดสู่ความสำเร็จที่เราอาจมองข้าม หรือแม้แต่นิสัยแย่ๆ ที่คนอื่นไม่กล้าพูดตักเตือนเรานั่นเอง

คาร์ล โรเจอร์ส (Carl Rogers) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผู้สร้างคำฮิต “empathy” ในวงการจิตวิทยา ได้ให้หลักการเกี่ยวกับแนวคิดการฟังอย่างลึกซึ้งเอาไว้ว่า การฟังความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้เจตนาของผู้พูด ในบางครั้งอาจต้องฟังไปถึงเสียงกรีดร้องที่ฝังอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกของคนคนนั้นด้วย เพราะบางทีอาจมาจากข้อความที่ดูไม่สำคัญสักเท่าไร

เช่นเดียวกัน ยุนนาคิม (Yunna Kim) ผู้เขียนหนังสือ ศิลปะการพูดให้เหมือนนั่งในใจคน กล่าวไว้ว่า “การเฝ้ามองคำพูดคือการเฝ้ามองคน และการเข้าใจเกี่ยวกับคน ต้องเริ่มต้นจากตนเอง” พร้อมได้เสนอเทคนิคการฟังเพื่อถอดรหัสความคิดที่ซ่อนอยู่ของผู้พูดด้วยการฝึกทำ 3F (การฟังความจริง – การฟังความรู้สึก – การฟังใจความสำคัญ) ผ่านสถานการณ์ที่เจอ เพื่อค้นพบคีย์เวิร์ดสำคัญว่าผู้พูดต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

ฟังผู้ใหญ่ด้วยการฝึกใช้เทคนิค 3F

1. Fact – ฟังความจริง

การฟังความจริงจากเรื่องราวของผู้ใหญ่ จำเป็นจะต้องใช้การจัดระเบียบเนื้อหาที่ได้ยินเข้ามาช่วย โดยให้คัดเพียง 1-2 ประโยคสั้นๆ จากเรื่องเล่านานาที่เขาพูดข้ามไปข้ามมาเกือบหาจุดลงจอดไม่ได้ แล้วนำมาพูดทวนให้เขาฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ เพื่อเป็นการเน้นย้ำว่าเรื่องที่เขาพูดมาคือเรื่องที่เราได้รับรู้อย่างเข้าใจแล้ว ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เขารู้สึกอุ่นใจว่าเรากำลังตั้งใจฟัง และยังป้องกันไม่ให้เขาหลุดไปพูดถึงเรื่องราวอื่นๆ เพิ่มเข้ามาด้วย

2. Feeling – ฟังความรู้สึก

การฟังความรู้สึกขณะที่กำลังสนทนากับผู้ใหญ่ ซึ่งเราต้องประเมินดูความรู้สึกของเขาอย่างละเอียดผ่านคำพูด น้ำเสียง สายตา สีหน้า และท่าทาง ก่อนจะตอบสนองต่อเรื่องราวนั้นๆ ออกไป เพราะบางเรื่องหากใช้อารมณ์เข้ามาจัดการอาจสร้างรอยแผลในใจให้เขาเพิ่ม หรือสร้างรอยร้าวระหว่างความสัมพันธ์ของเรากับเขาให้แตกหักลงได้

3. Focus – ฟังความสำคัญ

การฟังความสำคัญ คือ การฟังเพื่อค้นหาความในใจที่ผู้พูดไม่สามารถแสดงออกมาได้ อาจมักเกิดจากความรู้สึกน้อยใจ มีอคติ คาดหวัง หรืออะไรก็ตามแต่ที่เขาไม่สามารถจัดการต่อความรู้สึกนั้นได้ จนทำให้เจตนาแรกที่ตั้งใจจะพูดออกมาถูกกดทับไว้ ซึ่งสิ่งที่เราควรทำ นั่นคือ การสกัดความรู้สึกด้านลบของเขาทิ้งไปด้วยการฟังใจความสำคัญ อย่างเช่น ถ้าผู้ใหญ่พูดว่า มันยากเกินไป ทำไม่ได้หรอก แทนที่เราจะหงุดหงิด โมโห โวยวาย แต่ให้เราพูดขอคำแนะนำจากเขาไปเลยตรงๆ ว่าควรทำอย่างไร? ดีกว่า เพราะเจตนาจริงๆ ของเขาคงไม่พ้นการคิดอยากจะช่วยให้เราทำออกมาสำเร็จหรอก

นอกจากนี้ การฝึกรับฟังด้วยเทคนิค 3F ยังสามารถนำมาปรับใช้ในการสนทนาธุรกิจได้ด้วย เพราะการตรวจสอบให้มั่นใจว่าพาร์ทเนอร์ องค์กร ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานรับรู้และเข้าใจเจตนาของเราว่าอย่างไรนั้นสำคัญไม่แพ้กับการประคับประคองความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้ใหญ่ภายในบ้าน

ท้ายที่สุด การเล่าแต่เรื่องเดิมซ้ำๆ ของผู้ใหญ่ ไม่ใช่แค่การพูดไปโดยพร่ำเพรื่อซะทีเดียว หากแต่เราลองเปิดใจรับฟังดีๆ ก็คงเห็นจะเป็นบทสนทนาที่มีใจความสำคัญเป็นเพียงความรัก ความห่วงใย และความหวังดีต่อเราก็เท่านั้น : )

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=942906030530885&set=a.852409056247250


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *