
“อกหักเพียงครั้งยังไม่เสียชีวิต” เป็นวลีที่บรรดาเพื่อนๆหรือผู้หลักผู้ใหญ่อบรมสั่งสอนเรามาตั้งแต่เด็กๆ โดยเป็นการให้กำลังใจว่าการอกหักไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตผ่านมาและก็ผ่านไป Move On ให้ไวๆ เริ่มต้นใหม่เสียดีกว่าแต่เรื่องนี้ อาจจะต้องคิดใหม่ทำใหม่เพราะมีงานวิจัยตามศาสตร์หัวใจวิทยา (Cardiology) ได้เปิดเผยว่าที่จริงนั้น เมื่อเกิดอาการอกหัก “อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้”อาการนี้ทางการแพทย์หัวใจเรียกว่า “Takotsubo Cardiomyopathy” หรือ “Broken Heart Syndrome” ได้รับการค้นพบในปี 1990 โดยทีมวิจัยนักหัวใจวิทยาชาวญี่ปุ่น ละตีพิมพ์ครั้งแรกในชื่อ Clinical aspect of myocardial injury: from ischemia to heart failure รายละเอียดของโรคนี้ จะแสดงอาการประมาณว่า อยู่ ๆ หัวใจห้องทางซ้ายทั้งสองห้องจะขยายตัวแบบผิดปกติ แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ส่งผลให้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ สูบฉีดเลือดไม่ได้ อาจถึงขั้นหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุดเมื่อครั้งตอนตรวจพบอาการนี้ในยุคแรกๆ ไม่มีความผิดปกติของเซลล์ เนื้อเยื่อ หรือกล้ามเนื้อใดๆ แต่พอสืบปูมหลังกลับพบว่า “ผู้ป่วยมีบาดแผลทางจิตใจ ไม่ก็อกหักมาก่อน” จึงสรุปได้ว่าโรคนี้เป็นโรคใหม่ไม่เหมือนโรคหัวใจแบบปกติ วัยรุ่นไร้กังวล วัยรุ่นไม่ต้องตื่นตระหนกไปเพราะอาการนี้ไม่ได้เกิดกับผู้อกหักทุกเพศทุกวัยแต่มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงในวัย 58-75 ปี โดยมีการสุ่มตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา พบว่าเมื่อผู้หญิงในวัยนี้อกหักไม่ว่าจะมาจากการผิดหวังในเรื่องของความรักหรือคนรักที่อยู่กินกันมานานด่วนจากไป จะมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 80 – 90% แตกต่างกับผู้ชายในวัยเดียวกันที่มักจะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจแบบธรรมดาถึง 90% หรืออาจจะสรุปได้ว่าผู้ชายอกหักไม่ค่อยตายแต่ผู้หญิงอกหักอาจตายได้ Broken Heart Syndrome รักษาให้หายขาดได้ยากมากๆเพราะการที่จะ Move On ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของผู้ป่วยแต่ก็พอจะมีทางรักษาที่ปลายเหตุ นั่นคือ การพยายามลดความผิดปกติในหัวใจห้องทางซ้ายให้ได้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้ ยังมีการวิจัยและพัฒนาวิธีการรักษาอย่างต่อเนื่องแต่บางที เรื่องที่ทำให้เกิด Broken Heart Syndrome ก็อาจจะมาจาก “การเชียร์กีฬา” ได้เช่นกัน เพราะมีกรณีศึกษาว่า ผู้ป่วยเสียชีวิทั้งที่ไม่ได้อกหักแต่เพราะผิดหวังจากการเชียร์ฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศที่ปรากฏว่าทีมรักแพ้จนส่งผลให้จิตใจไม่ปกติ และเสียชีวิตในที่สุด
Exclusive by วิศรุต หล่าสกุล
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/TNNthailand
Leave a Reply