
ณ ปัจจุบัน ในทางการแพทย์ยอมรับกันมายาวนานแล้วว่าบุหรี่เป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘มีแต่โทษ’ ไม่มีความดีงามใดต่อสุขภาพ และจริงๆ ถือเป็น ‘สาเหตุการตายที่ป้องกันได้’ อันดับต้นๆ อย่างหนึ่งของมนุษย์ด้วยซ้ำ ภาวะแบบนี้ทำให้รัฐต่างๆ ทั่วโลกมีความพยายามอย่างจริงจังให้คนลดละเลิกบุหรี่ กระทั่งพยายามหาหนทางอย่างเต็มที่ที่จะไม่สร้างนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ และก็เรียกได้ว่าทำสำเร็จ เพราะจากข้อมูลปัจจุบันเราจะพบว่าคนรุ่นใหม่สูบบุหรี่น้อยกว่าคนรุ่นก่อนหน้ามากๆ สำหรับคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว ถ้าเลิกบุหรี่ได้ ก็น่าจะทำให้หลายๆ ฝ่ายแฮปปี้
แต่ปัญหาคือมันไม่ง่ายการเลิกบุหรี่เป็นเรื่องยาก และเป็นหนึ่งใน ‘ความตั้งใจปีใหม่’ ที่คนจำนวนมากต้องล้มเหลว โดยในอเมริกามีสถิติว่าในปีๆ หนึ่งคนที่พยายามจะเลิกบุหรี่ที่ทำได้สำเร็จ มีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ของคนทั้งหมดที่พยายามเลิกด้วยซ้ำ หากใครเคยเลิกหรือพยายามเลิกก็คงจะเข้าใจดีว่า ‘ความยาก’ ในการเลิกบุหรี่มันมีทั้งการ ‘ติดพฤติกรรม’ และ ‘ติดสารเสพติด’ ไปพร้อมกัน และนี่ก็ทำให้คนจำนวนมากที่เลิกที่ไม่ได้เตรียมใจว่าจะมี ‘ผลข้างเคียง’ มากมาย และหากไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนก็มักจะต้องยอมแพ้ไป และในแง่นี้เลยมีงานวิจัยจำนวนมากพยายามจะพัฒนาเทคนิคที่จะทำให้คนเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ให้มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด เพราะโดยทั่วไปแล้วคนสูบบุหรี่มักไม่ได้มีร่างกายและจิตใจเข้มแข็งมากพอจะ ‘หักดิบ’ ได้และนี่เป็นประเด็นในงานวิจัย Psychopharmacology ที่เผยแพร่เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2023 ซึ่งได้ตั้งต้นง่ายๆ ว่า ‘การเดิน’ นี่แหละจะทำให้คนไม่อยากบุหรี่ เขาก็เลยให้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นคนสูบบุหรี่ทำการทดลองว่า พวกเขาจะทำยังไงให้ไม่อยากบุหรี่ในตอนกลางคืน โดยแบ่งผู้เข้าทดลองเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกให้นั่งเฉยๆ 10 นาที กลุ่มที่สองให้วิ่งสายพาน 10 นาที กลุ่มที่สามให้ออกไปเดินนอกบ้าน 10 นาที ผลรวมๆ ก็น่าจะพอเดาได้ คนที่นั่งเฉยๆ อยากบุหรี่สุดๆ ส่วนคนที่เดินจะไม่อยากบุหรี่ไปพักใหญ่ และพบความน่าสนใจว่า คนที่เดินบนสายพาน อาการอยากบุหรี่จะหายไปหลังจากทำกิจกรรมแค่ราวๆ 15 นาที แต่คนที่ออกไปเดินนอกบ้าน อาการอยากบุหรี่นั้นหายไปเกือบครึ่งชั่วโมงทีมวิจัยชี้ว่ามันน่าสนใจที่จะหาคำอธิบายต่อไปว่า การเดินนอกบ้านทำไมถึงระงับอาการอยากบุหรี่ได้นานกว่าการเดินในบ้าน? หรือว่าจริงๆ มันคือการ ‘ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์’ หรือ ‘อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ’ ซึ่งคำถามระดับนี้ งานวิจัยนี้ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้เริ่มต้นตั้งคำถามวิจัยและออกแบบการวิจัยไปในทิศทางนั้น แต่ทั้งหมดนี้ก็น่าสนใจว่าการเดินมันอาจช่วยลดอาการอยากบุหรี่ใด้บ้างแน่ๆ และเราก็อยากแนะนำให้คนที่พยายามจะเลิกบุหรี่ไปลองกันดูได้ผล อย่างไรเอามาเล่าสู่กันฟังก็จะยอดเยี่ยมไปเลย
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=928710162150654&set=a.811136570574681
Leave a Reply