
หลายคนอาจคิดว่าการงีบหลับกลางวันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในผู้สูงวัยแต่ผลการวิจัยล่าสุดชี้ว่าการงีบกลางวันบ่อยหรือนานเกินไป อาจเป็นได้ทั้งปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) ซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อมที่พบมากที่สุดในผู้สูงอายุ
งานวิจัยชี้ความเชื่อมโยง
การศึกษาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียและศูนย์โรคอัลไซเมอร์ Rush ทำการติดตามอาสาสมัคร 1,401 คน (อายุเฉลี่ย 81 ปี) เป็นเวลานานถึง 14 ปี โดยใช้อุปกรณ์ติดตามการเคลื่อนไหวที่ข้อมือพบว่า
- ผู้สูงอายุทั่วไป งีบเฉลี่ยวันละ 11–24 นาที
- ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมจากอัลไซเมอร์ งีบหลับยาวขึ้นถึง 68 นาทีต่อวัน หรือมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า
- ผู้ที่งีบหลับกลางวัน นานกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงพัฒนาเป็นอัลไซเมอร์ สูงขึ้น 40% เมื่อเทียบกับผู้ที่งีบน้อยกว่า
นักวิจัยยังพบว่า ความสัมพันธ์นี้เป็นแบบ “สองทิศทาง” คือ การงีบมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงอัลไซเมอร์ ขณะเดียวกันโรคอัลไซเมอร์ก็ทำให้ผู้ป่วยงีบมากขึ้นอีกด้วย
ทำไมงีบกลางวันจึงบ่งชี้ความผิดปกติ?
สมองที่เริ่มเสื่อมอาจส่งผลต่อการควบคุมวงจรการนอนหลับทำให้คนไข้มีอาการง่วงง่ายแม้ในช่วงกลางวัน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นก่อนที่อาการสมองเสื่อมอื่นๆจะชัดเจน
สิ่งที่ควรเฝ้าระวัง
- งีบกลางวันเกิน 1 ชั่วโมง เป็นประจำ
- ง่วงนอนมากผิดปกติแม้จะนอนกลางคืนเพียงพอ
- เริ่มมีปัญหาความจำ สมาธิ หรือการใช้เหตุผลร่วมด้วย
หากพบสัญญาณเหล่านี้ในผู้สูงอายุที่บ้าน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพสมอง
ดูแลอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยง
แม้งานวิจัยยังมีข้อจำกัด แต่การดูแลสุขภาพอย่างรอบด้านช่วยลดโอกาสเกิดสมองเสื่อมได้
- พักผ่อนให้เพียงพอรักษาเวลานอนกลางคืนให้สม่ำเสมอ
- อาหารสมองเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลา ธัญพืชผัก ผลไม้หลากสี
- ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์
- ฝึกสมองและสังคมอ่านหนังสือ เล่นเกมฝึกความจำ หรือเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม
- ตรวจสุขภาพประจำปีโดยเฉพาะการประเมินภาวะสมองเสื่อมและโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน
สรุปการงีบกลางวันไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่ถ้างีบยาวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุอาจเป็น “สัญญาณเตือน” ของโรคอัลไซเมอร์ได้การสังเกตพฤติกรรมการนอนเป็นอีกวิธีง่ายๆที่ช่วยให้เรารู้ทันและดูแลสุขภาพสมองได้ดียิ่งขึ้น
Leave a Reply