‘จงหลีกเลี่ยงมัน’ คือวิธีรับมือการโต้เถียงที่ดีที่สุด เพราะปลายทางมีแต่แพ้กับแพ้

บ่อยครั้งที่การทำงานย่อมเกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกัน จนบางครั้งนำไปสู่การโต้เถียงกัน บางสถานการณ์เรารู้ดีว่า นี่ไม่ใช่การโต้แย้งเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับงานนั้นแต่เป็นการโต้เถียงเพื่อพิสูจน์ว่าความคิดของใครเหนือกว่ากัน ลงเอยด้วยชัยชนะชั่วคราวของใครสักคน พร้อมรอยร้าวเล็กๆ ในใจที่รอวันแตกสลายหลายคนพยายามหาวิธีรับมือที่ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นการยกเหตุผลที่น่าเชื่อถือ การใช้คำที่สุภาพ หรือการหาแนวร่วมสนับสนุนความคิด แต่หลายครั้งต่างลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ของทุกฝ่ายในเรื่องของความสัมพันธ์เราอาจลืมไปว่า เป้าหมายที่แท้จริงของการถกปัญหาหรือแนวคิดที่ต่างกัน เราทำไปเพื่ออะไร หากต้องได้ผลสรุปที่ดีและลงตัว การโต้วาทีกันไปมาด้วยความเผ็ดร้อนอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แม้จะอยู่ในที่ประชุม อย่าลืมว่า เราต่างเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างกัน การหาหนทางที่ดีควบคู่ไปกับการรักษาความสสัมพันธ์อันดีดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะ แม้ไม่ง่ายดายนักเดล คาร์เนกี (Dale Carnegie) ได้เล่าไว้ในหนังสือ “How to win friends & Influence people ตอนที่สาม บทที่ 1” ของเขาไว้ว่า ตัวเขามีนิสัยเป็นนักโต้แย้งอยู่เสมอ ในวัยหนุ่มมักโต้เถียงกับน้องชาย เมื่อเข้าวิทยาลัยได้ศึกษาตรรกวิทยาและวิชาหาเหตุผลโต้แย้ง ยังเคยแข่งขันการโต้วาทีนับครั้งไม่ถ้วน เขาแสดงความอวดรู้อย่างสุดกำลัง ภายหลังได้เป็นครูสอนวิชาโต้วาทีและวิชาหาเหตุผลโต้แย้งในนิวยอร์กจากนั้น คาร์เนกี ได้ฟัง วิจารณ์ และพบเห็นการโต้แย้งกันของนักศึกษาเป็นพันครั้ง จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด เขาพิจารณาแล้วเห็นว่า มีหนทางเดียวเท่านั้นที่จะรับมือกับการโต้แย้ง นั่นคือ ‘การหลบเลี่ยง’ เช่นเดียวกับที่เราหลบหลีกสิ่งอันตรายต่างๆ คาร์เนกี ให้ความเห็นว่า เก้าในสิบครั้งของการแย้งจะจบลงด้วยต่างฝ่ายต่างเชื่อมั่นตนเองยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม และคิดว่าตนเองถูกอย่างเต็มที่ เราไม่สามารถชนะการโต้แย้งได้ เพราะถ้าเราเป็นฝ่ายแพ้ เราจะแพ้ ถ้าเราเป็นฝ่ายชนะ เราจะแพ้เช่นกัน ไม่ว่าทางใดก็แพ้ ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นฝ่ายที่ชนะที่สามารถพิสูจน์เหตุผลได้น่าเชื่อถือกว่า จนเหมือนเหตุผลของอีกฝ่ายกลายเป็นโง่เขลา คุณอาจจะดีใจในฐานะผู้นะ แต่อีกฝ่ายย่อมรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะถูกทำลายความภาคภูมิใจในตนเองด้วยมือของคุณ
เบนจามิน แฟรงคลิน ผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณโต้แย้ง พูดให้เจ็บใจ และเถียงอาจจะชนะในบางครั้ง แต่เป็นชัยชนะที่ว่างเปล่า เพราะอีกฝ่ายจะไม่มีไมตรีจิตมอบให้คุณ” ดังนั้น ต้องพิจารณาให้ดีว่า ต้องการชัยชนะในการโต้แย้งหรือต้องการไมตรีจิตจากอีกฝ่ายน้อยนักที่จะได้รับทั้งสองอย่างพร้อมกันคาร์นีกี เล่าถึงเรื่องครั้งที่ อับราฮัม ลินคอล์น อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ตำหนินายทหารนายหนึ่งอย่างรุนแรงที่ได้ฝ่าฝืนวินัยเถียงอย่างดุเดือดกับเพื่อนคนหนึ่ง “บุคคลใดมีเจตนาที่จะได้ประโยชย์สูงสุดเพื่อตัวของเขาเอง เขาจะไม่ใช้เวลาหมดไปด้วยการโต้เถียงเป็นอันขาด การเถียงย่อมจะเป็นผลให้เกิดความโกรธ และทำลายอำนาจการควบคุมตนเอง จงยอมจำนนต่อการโต้เถียงในเรื่องใหญ่ ซึ่งผลที่ท่านจะได้รับไม่มีอะไรมากไปกว่าการอวดตนว่าไม่แพ้ใคร จงหลีกทางให้สุนัขแทนที่จะต่อสู้ด้วยเพื่อที่ท่านจะไม่ต้องถูกมันกัดเอาแม้ท่านจะฆ่าสุนัขตัวนั้นแต่ท่านก็ยังคงมีแผลถูกกัดอยู่ดี” ลินคอล์น กล่าว ฉะนั้น วิธีรับมือเพื่อระงับการโต้แย้งหรือโต้เถียงที่ดีที่สุดตามแนวคิดของ คาร์เนกี คือ ‘จงหลีกเลี่ยง’ ที่จะโต้เถียงกันเป็นดีที่สุดหากต้องการถกปัญหาที่ต้องการหาข้อยุติหรือทางเลือกที่ดีที่สุดให้ใช้วิธีพูดคุยอย่างเปิดกว้างทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกๆคน โดยพยายามหาเหตุผลที่น่าเชื่อถือประกอบและใช้คำที่ไม่ลดทอนคุณค่าของใคร แน่นอนว่า มันไม่ใช่การโต้เถียงกันไปมา

เขียนโดย ภูธิชย์ อรัญพูล

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=733490882145379&set=a.630751835752618


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *