จังหวัดที่มีดัชนีความร้อนที่สูงที่สุดในไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ ภูเก็ต, ชลบุรี, กาญจนบุรี, ตาก และนครราชสีมา ตามลำดับและสำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 33-40 องศาเซลเซียส

แต่อุณหภูมิที่เห็น กับความรู้สึกจริงทำไมถึงต่างกันนะ? โดยเราจะพามาทำความรู้จักกับ HeatIndex หรือ ดัชนีความร้อน อุณหภูมิที่ร่างกายเรารู้สึกตามความสัมพันธ์กันระหว่าง อุณหภูมิ และความชื้น ซึ่งไม่ตรงกับอุณหภูมิที่เกิดขึ้นจริง แต่รวมความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศในขณะนั้นด้วย เช่น หากอุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียส แต่มีความชื้นสัมพัทธ์อยู่ที่ 60 % ในดัชนีความร้อนนี้เราจะรู้สึกว่าอยู่ในอุณหภูมิถึง 56 องศาเซลเซียสแล้วดัชนีความร้อนเท่าไหร่ ถือเป็น อันตรายต่อสุขภาพ? 27.0-32.9 องศาเซลเซียส : เกิดอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ นำไปสู่การเกิดตะคริวได้ หากสัมผัสความร้อนและ ทำกิจกรรมการแจ้งเป็นเวลานาน 33.0-41.9 องศาเซลเซียส : มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเพลียแดด (Heat exhaustion) และเป็นตะคริวจากความร้อน ส่งผลให้เกิดสภาวะลมแดด (Heat stroke) ตามมาได้ หากสัมผัสความร้อน และทำกิจกรรมการแจ้งเป็นเวลานาน
42.0-51.9 องศาเซลเซียส : เกิดตะคริวจากความร้อน และเกิดโรคเพลียแดด (Heat exhaustion) ตามมา และหากสัมผัสความร้อนอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดสภาวะลมแดด (Heat stroke) ได้ >= 52.0 องศาเซลเซียส: สามารถเกิดสภาวะลมแดด หรือ Heat Stroke ได้ตลอดเวลา และเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ดังนั้น ขอให้ทุกคนหมั่นตรวจเช็คอาการของตัวเองสม่ำเสมอ และรักษาสุขภาพให้ดี สำหรับหน้าร้อนนี้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/netzerocarbonth


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *