จัดการเวลาไปเพื่ออะไรเมื่อว่างแล้วไม่ได้พักแต่ทำงานเพิ่มอยู่ดี

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เวลาจะสมัครงานแต่ละทีคงเห็นคีย์เวิร์ดสำคัญอย่าง “การจัด การเวลา” หรือ “Time Management” จนถึงกับมีคอร์สออนไลน์มากมายที่ช่วยให้มนุษย์ออฟฟิศทำงานภายในเวลาที่จำกัด เพราะการจัดการเวลาช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น แถมยังได้ปริมาณมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการย่นระยะเวลาการประชุมให้สั้นลง การใส่งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงในช่วงว่างตารางชีวิตที่แทบไม่เหลือเพื่อให้ Productive มากที่สุด ไปๆ มาๆ กลายเป็นการจัดการเวลาทำให้เครียดกว่าเดิมเพราะพยายามที่จะลดเวลาทำงานลง แต่พองานนึงใช้เวลาน้อยลง เวลาที่เหลือก็เอาไปทำงานเพิ่มอีกอยู่ดีและยิ่งกดดันเข้าไปใหญ่ ในช่วงจุดพีคของโควิด-19 และการเปลี่ยนไปสู่ Remote Work เผยให้เห็นข้อมูลที่ น่าสนใจและความย้อนแย้งของการจัดการเวลาที่ก่อนหน้านั้น เรามองว่าจะช่วยให้ชีวิตดี มีเวลาพักมากขึ้นผู้คนกว่า 1 ใน 3 รายงานว่า การทำงานที่บ้านช่วยประหยัดเวลาโดยเฉพาะเวลาในการเดินทาง และราวครึ่งหนึ่งเผยว่า ตัวเอง Productive มากขึ้น แต่แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมีความเห็นในเชิงบวกแต่ข้อมูลของบริษัทอฟท์แวร์ Atlassian กลับเผยให้เห็นว่า เวลาเฉลี่ยในการทำงานแต่ละวันของแต่ละคนยาวนานขึ้น 30 นาทีทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าเวลาทำงานจะกินเวลาชีวิตในช่วงตอนเย็นที่ปกติเคยได้หยุดพักจากงานไป กลายเป็นว่ายิ่งจัดการเวลาให้ว่าง ยิ่งทำงานเยอะ เหมือนหลุมบนพื้น ที่หลุมยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งใส่น้ำลงไปได้มาก

หากลองมองอีกมุมหนึ่ง การจัดการเวลามาจากความเชื่อที่ว่าเวลาเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ ทั้งที่จริงแล้วเวลาเป็นเรื่องซับซ้อนและไม่แน่นอน การพยายามทำงานให้ได้มากที่สุดในเวลาที่จำกัดทำให้เกิดข้อผิดพลาดในงานมากขึ้นและทำให้งานคุณภาพต่ำลงด้วย แถมยังจำกัดความสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน

Productivity ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย แต่หากการจัดการเวลาที่น่าจะทำให้ได้พักผ่อนมากขขึ้นยิ่งทำให้เรายังต้องทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ อีก แล้วจะจัดการเวลาไปทำไมในเมื่อก็ทำงานตลอดเวลาอยู่แล้ว แล้วถ้าอย่างนั้นจะจัดการชีวิตยังไงให้ไม่ติดกับดักทำงานเพิ่ม

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=692428662919373&set=a.628388912656682


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *