
หลายคนอาจคิดว่าสมองจะทำงานได้ดีต่อเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นอยู่ตลอดเวลาแต่ผลงานวิจัยล่าสุดเปิดเผยข้อมูลที่น่าประหลาดใจว่าการจัดสรรเวลาให้ตนเองอยู่ในความเงียบวันละประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมองในระดับกายภาพได้จริงงานวิจัยระบุว่าความเงียบเป็นช่วงเวลาที่กระตุ้นกระบวนการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ หรือที่เรียกว่านิวโรเจเนซิส (Neurogenesis) โดยเฉพาะในบริเวณฮิปโปแคมปัสซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสมองที่รับผิดชอบโดยตรงต่อการสร้างความจำการเรียนรู้และการนำทางเชิงพื้นที่ ผลลัพธ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความเงียบไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาแห่งความสงบชั่วคราวเท่านั้นแต่ยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งสำคัญของการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการรับรู้อีกด้วยในทางกลับกันเสียงรบกวนต่างๆ มักจะทำให้สมองต้องอยู่ในสภาวะตื่นตัวและเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาส่งผลให้ระบบประสาทไม่มีโอกาสพักผ่อนในขณะที่ความเงียบจะช่วยให้ระบบประสาทลดระดับการเฝ้าระวังลงและเริ่มกระบวนการซ่อมแซมปรับปรุงและสร้างความแข็งแรงให้กับตนเองได้อย่างเต็มที่ทำไม “ความเงียบ” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสมอง? เมื่อสมองไม่ต้องรับมือกับข้อมูลเสียงหรือสิ่งเร้าจากภายนอกมากเกินไปความสนใจจะหันกลับเข้าสู่ภายในตัวเอง ทำให้เกิดการบูรณาการข้อมูลที่เรียนรู้มาใหม่เชื่อมโยงความคิดต่างๆเข้าด้วยกันและเสริมสร้างการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทให้แข็งแรงขึ้นการค้นพบนี้ยังท้าทายความเชื่อที่ว่าสมองจะทำงานได้ดีต่อเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นเสมอและแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการเติบโตและพัฒนาการทางจิตใจที่สำคัญบางอย่างอาจเกิดขึ้นได้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่เรา อยู่ในความนิ่งสงบอย่างลึกซึ้ง
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการฝึกใช้เวลาแห่งความเงียบ
เริ่มจากช่วงเวลาสั้นๆก่อนหากยังไม่เคยฝึกอาจเริ่มแค่ 15–30 นาทีต่อวันแล้วค่อยๆเพิ่มเป็น 1–2 ชั่วโมงตามความเหมาะสมเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ตอนเช้าตื่นนอนใหม่ๆหรือก่อนเข้านอนเพื่อให้สมองได้ผ่อนคลายเต็มที่ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ใจว่างเปล่าเพียงแค่ลดสิ่งเร้าภายนอกลงไม่ต้องฟังเพลงไม่ดูโทรศัพท์และปล่อยให้ความคิดไหลไปตามธรรมชาติหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีเสียงรบกวนสูงหากหาเวลาอยู่ในที่เปิดโล่งหรือสวนสาธารณะที่เงียบสงบได้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทำงานของสมองมากขึ้น
Leave a Reply