
โลกโซเชียลมีเดียในปัจจุบันเต็มไปด้วยคอนเทนต์แปลกตาที่ถูกผลิตขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เรียกกันว่า AI Slop เริ่มต้นตั้งแต่คลิปวิดีโออนิเมชันผลไม้สีสันสดใสที่กำลังทะเลาะกันเรื่องความรักการตกงานหรือปัญหาครอบครัวซึ่งออกแบบมาเพื่อดึงดูดสายตาและแย่งชิงเวลาบนหน้าจอของผู้ชมในยุคดิจิทัลรายงานวิเคราะห์จาก Global Network on Extremism and Technology (GNET) ได้เปิดเผยถึงพัฒนาการที่น่ากังวลของคอนเทนต์กลุ่มนี้ซึ่งขยายขอบเขตไปมากกว่าละครผลไม้ชวนขำแต่เริ่มปรากฏสิ่งที่นักวิจัยเรียกว่า AI fruit/vegetable gore โดยนำตัวละครผักและผลไม้หน้าตาคล้ายการ์ตูนมาผูกเรื่องราวที่มีความรุนแรงหนักหน่วงมีการจำลองภาพการทรมานและสอดแทรกสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมหรือแนวคิดสุดโต่งความน่ากลัวของคอนเทนต์เหล่านี้อยู่ที่การใช้ภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมิตรตัวละครการ์ตูนสีสันสดใสถูกนำมาใช้ลดทอนความรุนแรง ทำให้เนื้อหาอันตรายกลายสภาพเป็นความบันเทิงทั่วไปที่เข้าถึงได้ง่ายปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับกระแส Brainrot ที่เน้นความแปลกประหลาดและดูเพลินจนผู้ชมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนอาจซึมซับเนื้อหาที่รุนแรงเข้าไปโดยไม่รู้ตัวและขาดความตระหนักรู้ในการคัดกรองแม้ในทางการศึกษาและจิตวิทยายังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าการเสพคลิปเหล่านี้จะส่งผลให้เด็กกลายเป็นผู้มีพฤติกรรมรุนแรงโดยตรงแต่ปัญหาที่แท้จริงคือสภาพแวดล้อมทางข้อมูลเมื่อ AI ทำให้ต้นทุนและเวลาในการผลิตคอนเทนต์ลดลงอย่างมหาศาลฟีดข่าวบนแพลตฟอร์มจึงเต็มไปด้วยคอนเทนต์ปั่นยอดวิวที่ไหลทะลักเข้ามาอย่างไม่ขาดสายซึ่งอัลกอริทึมอาจค่อยๆพาผู้รับชมจากคลิปตลกเบาสองไปสู่คอนเทนต์ที่มีความรุนแรงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆโจทย์ใหญ่ของยุคนี้จึงไม่ใช่แค่การควบคุมปริมาณคลิปมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมาแต่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้กับเด็กๆ สอดคล้องกับข้อเสนอของ UNESCO ที่เน้นย้ำว่าการรับมือกับเทคโนโลยีไม่ใช่แค่การเข้าถึงแต่ต้องมุ่งพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ตรวจสอบข้อมูลเข้าใจข้อจำกัดของ AI และรู้เท่าทันสื่อเพื่อให้เด็กแยกแยะได้ว่าสิ่งใดสร้างขึ้นเพื่อเรียกยอดวิวสิ่งใดต้องตรวจสอบและเนื้อหาแบบไหนที่ไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นเรื่องปกติในสังคม
Leave a Reply