
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักวิจัยด้านไวรัสวิทยาจากไบโอเทค (BIOTEC) ได้เปิดเผยข้อมูลงานวิจัยใหม่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดชนิด Shingrix โดยพบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิดนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ที่ฉีดวัคซีนรุ่นเก่าอย่าง Zostavax จากการติดตามผลพบว่าผู้ฉีดวัคซีนมีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวลดลงประมาณ 16% ในช่วง 3.5 ปีแรกและยังคงลดลงประมาณ 8% เมื่อติดตามผลยาวนานถึง 7 ปีทำไมวัคซีนงูสวัดถึงอาจช่วยดูแลหัวใจได้? นักวิจัยได้อธิบายกลไกที่น่าจะเป็นไปได้ไว้ 2 ประเด็นหลัก
- ลดการอักเสบในระบบหลอดเลือดการกำเริบของเชื้อไวรัส VZV (Varicella Zoster Virus) ที่ทำให้เกิดโรคงูสวัดสามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบความผิดปกติของเยื่อบุหลอดเลือดและการเกิดลิ่มเลือดการป้องกันไม่ให้ไวรัสกำเริบจึงช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ไปในตัว
- บทบาทของสารเสริมฤทธิ์ (Adjuvant) วัคซีน Shingrix มีส่วนผสมของสารเสริมฤทธิ์ที่ชื่อ AS01B ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันระดับเซลล์อย่างทรงพลังนักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่าสารตัวนี้อาจส่งผลเชิงบวกต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในภาพรวมด้วย
ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับผู้บริโภคแม้ผลการศึกษาจะฟังดูเป็นข่าวดีแต่ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่างานวิจัยนี้เป็นการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง (Observational Study) จึงยังไม่สามารถสรุปได้ 100% ว่าวัคซีน Shingrix ป้องกันโรคหัวใจได้โดยตรงซึ่งยังต้องรอผลการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Clinical Trial) เพื่อยืนยันต่อไป
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
- จุดประสงค์หลักยังคงเดิมการฉีดวัคซีนงูสวัดมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันโรคงูสวัดและอาการปวดประสาทเรื้อรัง (PHN) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ทรมานในผู้สูงอายุ ผลพลอยได้เรื่องโรคหัวใจถือเป็น “โบนัส” ที่น่าสนใจเท่านั้น
- อย่าลืมการดูแลหัวใจขั้นพื้นฐานไม่ควรใช้การฉีดวัคซีนมาทดแทนวิธีดูแลหัวใจมาตรฐานการคุมระดับความดันโลหิตคุมไขมันในเลือดคุมน้ำตาลควบคุมน้ำหนักออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานยาตามแพทย์สั่งยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
Leave a Reply