
‘มะเร็ง’ คือโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์ไปแล้วมากมาย ซึ่งความน่ากลัวของมะเร็งอยู่ที่ ‘การกลายพันธุ์’ จนระบบภูมิคุ้มกันจัดการไม่ได้ ไม่เพียงเท่านั้นเพราะการกลายพันธุ์ของมะเร็งแต่ละประเภทยังแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการรักษามะเร็งจึงเป็นเรื่องยากมากๆอย่างไรก็ดี มนุษย์ก็ไม่ได้ยอมแพ้และยังคงหาวิธีการใหม่ๆ มาสู้กับมะเร็งอยู่ตลอด โดย ‘อาวุธ’ ล่าสุด ในการรับมือกับมะเร็งคือ การเอาแบคทีเรียมาดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อ ‘จัดการ’ มะเร็งโดยเฉพาะแนวความรู้ที่ว่าคือ ‘ชีววิทยาสังเคราะห์’ ซึ่งมีงานวิจัยสองชิ้นโผล่มาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันงานวิจัยแรกตีพิมพ์ใน Science ฉบับต้นเดือนสิงหาคม 2023 โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยอาเดเลดในออสเตรเลีย โดยไอเดียของงานนี้คือ การใช้แบคทีเรีย GMO ทำลาย ‘เกราะ’ ของเซลล์มะเร็ง ซึ่งเมื่อเกราะมันโดนทำลาย ภูมิคุ้มกันของมนุษย์ก็จะเห็นว่าเซลล์พวกนี้เป็นสิ่งแปลกปลอม และก็จัดการมันไปตามกลไกการกำจัดสิ่งแปลกปลอมของร่างกายมนุษย์
ขณะที่งานวิจัยที่สอง คือการสร้างแบคทีเรีย GMO ที่ใส่ ‘ยาฆ่ามะเร็ง’ ไว้ข้างในแล้วฉีดเข้าร่างกาย จากนั้นจึงใช้คลื่นอัลตราซาวด์สั่งการให้แบคทีเรียปล่อยยาใส่เซลล์มะเร็ง ซึ่งต้องเข้าใจว่า โดยทั่วไปบริเวณเซลล์มะเร็งจะไม่มีเซลล์ภูมิคุ้มกันอยู่เลย ซึ่งมันจะมีกลไกบางอย่างที่ผลักใส่ระบบภูมิคุ้มกันมนุษย์ นี่เองคือลักษณะของมะเร็งที่ทำให้มันน่ากลัว แต่อีกด้านหนึ่ง การไม่มีภูมิคุ้มกันก็ทำให้ตัวเซลล์มะเร็งมัน ‘ติดเชื้อ’ ได้ง่าย
โดยเทคนิคนี้ก็ได้อาศัยลักษณะเช่นนี้ของเซลล์มะเร็ง คือแบคทีเรียที่เข้าไปในร่างกายมันจะไปเกาะแถวเซลล์มะเร็งเป็นส่วนใหญ่เพราะตรงนั้นไม่มีภูมิคุ้มกัน ทำให้เราสามารถ ‘เล็ง’ ส่งยาไปจุดนั้นได้เลย นี่ทำให้ยามะเร็ง (ซึ่งเป็น ‘ยาแรง’) สามารถเล่นงานเซลล์มะเร็งได้ตรงๆ โดยไม่ทำให้เซลล์รอบๆ เสียหายหนักนี่คือความก้าวหน้าที่น่าตื่นเต้นพอควร แต่หลายคนก็อาจกังขาว่าเราจะได้ใช้จริงๆ หรือ เพราะการเอาแบคทีเรียมาดังแปลงพันธุกรรมเพื่อเล่นงานเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะนี่น่าจะเป็นวิธีการรักษาที่ ‘แพง’ น่าดู แต่อีกด้านหนึ่ง ความก้าวหน้าเหล่านี้ก็มากับความเข้าใจด้าน ‘พันธุกรรม’ ของพวกเซลล์มะเร็งด้วย คือมนุษย์เข้าใจ ‘การกลายพันธุ์’ ทำให้เกิดมะเร็งมากขึ้น มันเข้าใจว่า DNA ตัวไหนเพี้ยนทำให้เซลล์กลายเป็นมะเร็ง และความรู้แบบนี้มันก็อาจนำมาสู่การวินิจฉัยมะเร็งที่ ‘ราคาถูกลง’ ได้ในอนาคต
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=865884841766520&set=a.811136580574680
Leave a Reply