
ชะพลูจัดเป็นพืชผักสวนครัวอีกชนิดหนึ่งที่น่าปลูกติดบ้านไว้ หรือจะปลูกในปริมาณมากเพื่อตัดขายก็น่าสนใจ เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย และนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย
ชะพลูมีชื่อเรียกหลายชื่อ
– ภาคเหนือ เรียก ผักปูนก ผักฟูนก ผักแค ช้าพลู พลูลิง พลูลิงนก พลูนก
– ภาคอีสานเรียก ผักปูลิง ผักนางเลิด ผักอีเลิด
– ภาคใต้เรียก นมวา
แต่ละถิ่นอาจมีเรียกคล้ายกัน หรือต่างกันบ้าง ตามสำเนียงการออกเสียงของท้องถิ่น
สรรพคุณทางยาของชะพลู
– มีฤทธิ์ต้านอักเสบ ขับลม คลายกล้ามเนื้อ ต้านอนุมูลอิสระ และต้านเชื้อมาลาเรีย
– สามารถลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลงได้ เหมาะเป็นสมุนไพรแนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
– ไม่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในคนปกติ จึงเหมาะที่จะนำมาชงเป็นชา หรือรับประทานเป็นผัก สำหรับคนทั่วไป
ข้อควรระวังในการรับประทานชะพลู
– ถ้ากินเป็นยาเพื่อหวังผลในการลดน้ำตาล ควรสังเกตว่ามีอาการหน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออกมือ หวิว ๆ เหมือนจะเป็นลมหรือไม่ ถ้ามี แสดงว่าน้ำตาลในเลือดกำลังต่ำเกินไป จึงไม่ควรทานชะพลู
– แคลเซียมที่มีอยู่ในใบชะพลูจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้ จึงควรดื่มน้ำตาม มาก ๆ และผู้ที่เป็นโรคไตควรระวังเพราะจะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น
การปลูกและการดูแลชะพลู
– ไม่ชอบอากาศร้อน ควรปลูกใต้ร่มเงา ถ้าปลูกกลางแจ้ง ควรมีซาแลนพรางแสง
– นิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยตัดหรือเด็ดกิ่งก้านส่วนยอดของต้น ให้มีใบติดอยู่ 2-3 ใบ ปักในกระถางที่มีดินร่วนซุย วางกระถางในบริเวณที่ร่มรำไร รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ชะพลูจะออกรากและเติบโตเป็นต้นภายใน 1-2 เดือน
– ปลูกลงดิน ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 10-15 เซนติเมตร
– ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเช้า-เย็นทุกวัน เพราะต้นชะพลูต้องได้รับความชุ่มชื้นอยู่เสมอ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=352044287176646&set=a.289183400129402
Leave a Reply