ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและเป็นที่นิยมทั่วโลก

รู้หรือไม่ว่าชาเขียวมีหลายประเภท แต่ละประเภทนั้นมีกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกันส่งผลให้รสชาติ กลิ่นและคุณสมบัติแตกต่างกันไป มาดูกันว่ามีชาเขียวชนิดใดบ้างและแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไร

6 ประเภทของชาเขียวยอดนิยม

  1. เกียวคุโระ (Gyokuro)
  • เป็นชาเขียวคุณภาพสูงที่ได้รับการดูแลพิเศษโดยเลี้ยงในร่มเพื่อคงสารอาหารสูงสุด
  • รสชาติหวานหอม ฝาดน้อยมาก นิยมใช้ในพิธีการ
  1. มัทฉะ (Matcha)
  • ได้จากใบชาเทนฉะที่ถูกบดละเอียด
  • รสชาติเข้มข้น กลิ่นหอม สีเขียวสด เหมาะกับการใช้ในพิธีชงชา
  1. เซนฉะ (Sencha)
  • ชาเขียวคุณภาพรองจากเกียวคุโระ นิยมดื่มทั่วไปในญี่ปุ่น
  • มีรสชาติหวานกำลังดี ฝาดน้อย กลิ่นหอมสดชื่น
  1. บันฉะ (Bancha)
  • เก็บเกี่ยวช่วงปลายของปี เหมาะสำหรับการดื่มทั่วไป
  • รสชาติอ่อน สดชื่น ราคาถูก
  1. เกนไมฉะ (Genmaicha)
  • เป็นชาผสมกับข้าวคั่ว มีกลิ่นข้าวหอมเฉพาะตัว
  • มีคาเฟอีนต่ำ เหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ
  1. โฮจิฉะ (Hojicha)
  • ผลิตจากชาที่ผ่านการคั่ว มีกลิ่นหอม รสอ่อนละมุน
  • เหมาะสำหรับดื่มหลังอาหารหรือตอนเย็น

ประโยชน์ของชาเขียว

  • สารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งและหัวใจ
  • ควบคุมความดันโลหิต: สาร EGCG ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
  • ควบคุมน้ำตาลในเลือด: ป้องกันโรคเบาหวานและควบคุมน้ำตาลในเลือด
  • ควบคุมน้ำหนัก: ช่วยเผาผลาญไขมันและเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน
  • ช่วยให้สดชื่น: มีคาเฟอีนและแอล-ธีอะนีน ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและผ่อนคลาย
  • บำรุงผิวพรรณ: ลดการเกิดสิว และเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิว

คำแนะนำในการดื่มชาเขียว

  • หลีกเลี่ยงดื่มมากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับหรือท้องไม่สบาย
  • ดื่มในปริมาณพอเหมาะเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะโลหิตจางเนื่องจากสารแทนนินในชาเขียว

Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *