ซิฟิลิสรู้เท่าทันก่อนสายไป โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ป้องกันได้ รักษาได้

ซิฟิลิสคืออะไร? (Syphilis) คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum สามารถติดต่อกันได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยตรงไม่ว่าจะเป็นการสอดใส่ ช่องปาก หรือทางทวารหนักรวมถึงอาจติดต่อผ่านการจูบหากมีแผลติดเชื้อในปาก ที่สำคัญคือ ซิฟิลิสเป็น “ภัยเงียบ” ที่บางครั้งไม่แสดงอาการ แต่สามารถทำลายระบบร่างกายภายในได้รุนแรงหากไม่ได้รับการรักษา

สัญญาณเตือนของโรคซิฟิลิสรู้ไว้ไม่เสี่ยง

โรคซิฟิลิสแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งแต่ละระยะมีอาการแตกต่างกันไป

  1. ระยะที่ 1 (Primary): มักมีแผลริมแข็ง (chancre) ไม่เจ็บ มักเกิดบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนักร่วมกับต่อมน้ำเหลืองโต อาการมักหายได้เองในไม่กี่สัปดาห์แต่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย
  2. ระยะที่ 2 (Secondary):
    ผื่นขึ้นตามร่างกาย ฝ่ามือฝ่าเท้า มีไข้ ปวดเมื่อย เจ็บคอ หรือผมร่วงแบบกระจายแม้ผื่นหายไปเอง แต่อาจเข้าสู่ระยะแฝง
  3. ระยะแฝง (Latent):
    ไม่มีอาการแสดงเลย เชื้อแฝงตัวอยู่ในร่างกายได้นานเป็นปีๆ หรือแม้แต่หลายสิบปี ช่วงนี้ผู้ติดเชื้ออาจไม่รู้ตัว และแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ
  4. ระยะสุดท้าย (Tertiary):
    หากไม่รักษา เชื้อจะทำลายระบบอวัยวะภายใน เช่น หัวใจ หลอดเลือด ตับ สมองหรือไขสันหลังอาจนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อม โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ พิการ หรือเสียชีวิตได้

ซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

หากหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิส โดยไม่รู้ตัวอาจส่งผ่านเชื้อสู่ทารกในครรภ์ทำให้เกิดภาวะ “ซิฟิลิสแต่กำเนิด” (Congenital Syphilis)

  • เสี่ยงต่อการแท้ง คลอดก่อนกำหนดหรือทารกเสียชีวิตหลังคลอด
  • ทารกที่รอดชีวิต อาจมีปัญหา เช่น หูหนวก ตาบอด พัฒนาการช้า หรือความผิดปกติทางสมอง

ข่าวดีคือ หากตรวจพบตั้งแต่ตั้งครรภ์แรกเริ่ม สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะเพนิซิลลินซึ่งปลอดภัยสำหรับแม่และลูก

ซิฟิลิสต่างจากหนองในอย่างไร?

จุดเปรียบเทียบซิฟิลิส (Syphilis)หนองใน (Gonorrhea)
สาเหตุแบคทีเรีย Treponema pallidumแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae
การติดต่อสัมผัสแผลริมแข็งโดยตรงสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำอสุจิ
อาการเริ่มต้นแผลไม่เจ็บ บริเวณอวัยวะเพศมีหนองข้นไหล ปัสสาวะแสบ
ความรุนแรงระยะยาวทำลายระบบประสาท หัวใจ ตับทำให้เป็นหมันหากไม่รักษา

วิธีตรวจวินิจฉัยซิฟิลิส

  • ตรวจเลือด: ใช้หาภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อ
  • ตรวจจากแผลหรือผื่น: ใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจหาเชื้อโดยตรง
  • ควรตรวจสุขภาพทางเพศอย่างน้อยปีละครั้ง หากมีพฤติกรรมเสี่ยง

การรักษารู้เร็วหายได้

โรคซิฟิลิสสามารถรักษาให้หายขาดได้ 100% หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ

  • ใช้ยาปฏิชีวนะ “เพนิซิลลิน” เป็นยาหลักในการรักษา
  • ผู้ที่รักษาหายแล้วสามารถติดเชื้อซ้ำได้ หากสัมผัสกับผู้ติดเชื้ออีกครั้ง

ห้ามซื้อยากินเอง ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

การป้องกันซิฟิลิสเริ่มที่ตัวเรา

สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อยตรวจเลือดหาเชื้อเป็นประจำ โดยเฉพาะหากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหากสงสัยว่ามีความเสี่ยงควรรีบพบแพทย์ทันที

ทำไมซิฟิลิสจึงยังคงระบาด?

แม้การแพทย์จะพัฒนาไปไกล แต่ซิฟิลิสยังกลับมาระบาดเพิ่มขึ้นในหลายประเทศรวมถึงไทย

  • ผู้คนมักละเลยการป้องกัน
  • มีคู่นอนหลายคนโดยไม่ใช้ถุงยาง
  • ขาดการตรวจคัดกรอง
  • อาการไม่ชัดเจนในระยะแรก ทำให้ไม่รู้ตัวว่าเป็นพาหะ

ซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถ “ป้องกันได้” และ “รักษาหายได้” หากเรามีความรู้ความเข้าใจและใส่ใจสุขภาพของตัวเองและคู่ของเรา การป้องกันเริ่มต้นง่ายๆจากการใช้ถุงยางและตรวจเลือดสม่ำเสมอเพราะสุขภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรรู้และใส่ใจ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *