
ในยุคที่ปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็นเรื่องสำคัญในกลุ่มวัยทำงาน ไม่ใช่เพียงพนักงานทั่วไปเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับภาวะหมดไฟ (Burnout) แต่ยังรวมถึงซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงด้วย รายงานหลายชิ้นบ่งชี้ว่าผู้บริหารระดับสูงมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับภาวะหมดไฟมากกว่าพนักงานในทุกระดับ ด้วยเหตุนี้ หลายคนในตำแหน่งสูงสุดขององค์กรต่างเริ่มให้ความสำคัญกับวันหยุดพักผ่อนมากยิ่งขึ้น
การสำรวจล่าสุดจาก Qualtrics ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้านการบริหารประสบการณ์ลูกค้าและพนักงานในองค์กร ได้เผยผลการสำรวจที่น่าตกใจว่า ผู้บริหารระดับสูงต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับพนักงานในระดับอื่นๆ ผลการสำรวจนี้รวบรวมข้อมูลจากพนักงานมากกว่า 36,000 คนจาก 32 ประเทศ และครอบคลุมถึง 28 อุตสาหกรรมในเดือนกรกฎาคม 2023 ผลที่ได้แสดงให้เห็นว่า:
- ผู้บริหารระดับสูง (Top executives) มีความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟสูงถึง 39%
- ผู้อำนวยการอาวุโส (Senior directors) มีความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟ 32%
- หัวหน้างานขั้นต้น (Frontline manager) มีความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟ 30%
- พนักงานทั่วไปที่ไม่มีบทบาทการบริหาร (Individual contributor) มีความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟ 33%
ดร.เบนจามิน แกรนเจอร์ นักจิตวิทยาด้านการทำงานจาก Qualtrics กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าผู้บริหารระดับสูงจะอยู่ในตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบสูง แต่ก็ยังคงเป็นมนุษย์ที่ต้องการเวลาพักผ่อนเช่นเดียวกับทุกคน ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับเรื่องนี้”
ในอดีต ซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงมักจะมีวัฒนธรรมการทำงานที่ต้องใช้เวลาอยู่ที่ออฟฟิศตลอดทั้งวัน ทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่ในยุคปัจจุบัน ซีอีโอรุ่นใหม่กลับเลือกที่จะหันมาท้าทายแนวทางการทำงานแบบเก่าและให้ความสำคัญกับการลาหยุดพักผ่อนมากขึ้น
แดเนียล เชท (Daniel Chait) ซีอีโอของบริษัท Greenhouse Software เป็นตัวอย่างหนึ่งของซีอีโอรุ่นใหม่ที่ยึดหลักการนี้ เขามักจัดเวลาวันหยุดพักผ่อนเพื่อไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การพายเรือในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
การที่ซีอีโอรุ่นใหม่อย่างเชทเลือกที่จะพักผ่อนแทนที่จะทำงานตลอดเวลานั้น แสดงถึงการปรับตัวต่อแนวโน้มใหม่ในการทำงาน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า การลาหยุดไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวมอีกด้วย
Leave a Reply