
เมื่อลูกค้าส่วนใหญ่ที่เลือกเข้าคาเฟ่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้เลือกเพียงเพราะมาสั่งเครื่องดื่มที่พวกเขาชื่นชอบเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนอีกด้วย เช่นนี้ทำให้คาเฟ่หลายแห่งพยายามทุ่มเทอย่างมาก ในการสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ เพื่อดึง ดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ หนึ่งในนั้นก็คือคาเฟ่แห่งใหม่ ที่เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานภายใต้ชื่อ ‘A Cafe Without Words’ โดยมีกฎว่า “ห้ามพนักงานและลูกค้าส่งเสียง หรือพูดคุยกันภายในร้าน” จึงนับเป็นเรื่องยากที่ท้าทายมาก เพราะเดิมทีเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น อ่านภาษาไม่ออก ยังอาจจะจิ้มหรือชี้ที่เมนูเครื่องดื่มได้ ทว่าภายในร้านแห่งนี้ไม่มีรูปถ่ายเมนูเครื่องดื่มวางหรือติดไว้ อีกทั้งห้ามเปิดรูปถ่ายบนโทรศัพท์มือถือ ห้ามใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ เพราะจะถือว่าผิดกฎ สิ่งเดียวที่ลูกค้าทำได้คือแค่ ‘แสดงท่าทาง’ จริงๆจากวิดีโอตัวอย่างของทางร้าน ก็จะเห็นว่าเมื่อลูกค้าต้องการสั่งเครื่องดื่มกับพนักงาน ต้องแสดงท่าทางที่สื่อถึงตัวเมนูเครื่องดื่มที่ต้องการให้พนักงานเข้าใจ เช่น หากเราต้องการนม อาจต้องแสดงท่าทางกำลังรีดนมวัว พนักงานก็จะทำท่าทางเลียนแบบเช่นนั้นกลับมา เพื่อเป็นการยืนยันในการเสิร์ฟเมนูดังกล่าว
ทั้งนี้คาเฟ่ที่ว่านี้ จะมีเมนูเครื่องดื่มทั้งชา กาแฟ และน้ำอัดลม รวมจำนวน 10 รายการ โดยเมนูทั้งหมดจะขายในราคาเท่ากันอยู่ที่ 800 เยน (หรือประมาณ 190 บาท) ส่วนแนวคิดอันแปลกใหม่ของ A Cafe Without Words นั้น มาจาก Entaku บริษัทเดียวกับ Cafe Run by Your Friends คาเฟ่ที่พนักงานจะทำตีเนียนเป็นเพื่อนของลูกค้า ซึ่งเปิดให้บริการไปเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิก่อนหน้านี้ ซึ่งทางบริษัท Entaku อธิบายถึงแนวคิดคาเฟ่ข้างต้นว่า “ถ้าคำพูดหายไปจากโลก คุณจะสั่งเครื่องดื่มได้ยังไง ทำให้ A Cafe Without Words จึงเป็นร้านกาแฟลึกลับที่คุณสามารถสั่งโดยใช้ท่าทางเท่านั้น หากคุณได้สิ่งที่ต้องการตรงกับความเข้าใจของพนักงาน จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีและสนุก เราหวังว่าคุณจะเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์แปลกใหม่ ในการคิดวิธีสื่อสารความคิดและจินตนาการว่าอีกฝ่ายจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร เมื่อทำการสั่งซื้อ” อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าแนวคิดของคาเฟ่ไร้คำพูดนี้ เป็นไอเดียที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ได้กระแสตอบรับที่ดี แถมยังคงคอนเซ็ปต์ความเงียบสงบที่จะทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านรู้สึกได้พักผ่อนอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=899375821750755&set=a.811136580574680
Leave a Reply