
ดอกชมจันทร์ เป็นไม้ดอกที่มีความพิเศษเนื่องจากสามารถนำมารับประทานได้และมีคุณค่าทางอาหารที่ดี
ลักษณะของดอกชมจันทร์
ดอกชมจันทร์มีสีขาวและมีกลิ่นหอม บานในเวลากลางคืน ลักษณะของไม้ดอกชนิดนี้คือ การเปิดดอกในตอนกลางคืนซึ่งทำให้สามารถพบเห็นความงามของมันได้ในยามค่ำคืน
การใช้ประโยชน์
ในต่างประเทศ ดอกชมจันทร์มักถูกปลูกเป็นไม้ประดับ แต่ในประเทศไทย นอกจากจะใช้เป็นไม้ประดับแล้ว ดอกชมจันทร์ยังนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น
- ลวกจิ้มกับน้ำพริก
- ผัดกับน้ำมันหอย
- หรือบางพื้นที่นำดอกสดมารับประทานโดยการเด็ดเกสรออก
คุณค่าทางอาหาร
ดอกชมจันทร์เป็นผักที่มีไขมันต่ำและมีสรรพคุณช่วยในการขับถ่าย เป็นยาระบายอย่างอ่อน นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามินบี, ซี, และเอ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นชมจันทร์
- ชมจันทร์เป็นไม้เลื้อยอยู่ในวงศ์ผักบุ้ง (Convolvulaceae) สกุลผักบุ้ง (Ipomoea) มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ รวมถึงในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย และในกลุ่มประเทศเขตร้อนของทวีปเอเชีย
- ลักษณะของต้นและใบคล้ายกับต้นมอร์นิ่งกลอรี ใบมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจและมีสีเขียว ดอกชมจันทร์มีสีขาวและมีกลิ่นหอม
การปลูกและการดูแลต้นชมจันทร์
- การขยายพันธุ์: ใช้การเพาะเมล็ดหรือการปักชำส่วนของลำต้น
- การปลูก:
- หยอดเมล็ดลงแปลงโดยตรงหรือเพาะเมล็ดเป็นต้นกล้าก่อน
- แช่เมล็ดในน้ำประมาณ 12 ชั่วโมงเพื่อให้งอกเร็วขึ้น ใช้เวลางอกประมาณ 7-14 วัน
- เมื่อต้นกล้าอายุ 30 วัน สามารถปลูกลงแปลงได้
- ดินที่เหมาะสม: ดินที่ร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี
- สภาพแสงแดด: เจริญเติบโตได้ดีในแสงแดดกลางแจ้ง
- การเตรียมแปลงปลูก:
- ขุดหลุมปลูกลึก 15-20 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 200-500 กรัมต่อหลุม
- ระยะปลูกระหว่างต้น 40-50 เซนติเมตร และระหว่างแถว 70-100 เซนติเมตร
- ให้น้ำวันละ 2 ครั้งในช่วง 1 เดือนแรก และหลังจากนั้นให้วันละครั้ง
- ทำค้างหรือซุ้มให้ยอดเกาะเลื้อย
- ดอกชมจันทร์จะเริ่มออกดอกประมาณ 2-3 เดือนหลังปลูก
การใส่ปุ๋ย
- หลังปลูก 10 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 หรือ 15-15-15 เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
- ทุก 10 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 หรือ 15-15-15 เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์
- ใส่ปุ๋ยห่างโคนต้นประมาณ 5-6 เซนติเมตร โดยใช้ประมาณ 15-20 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
Leave a Reply