
หลายคนอาจคิดว่าเรื่องสมองเสื่อมหรือภาวะความจำเสื่อมเป็นเรื่องที่ต้องรอถึงวัยสูงอายุจึงค่อยกังวลแต่ความจริงสำคัญคือพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อยคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง ไม่ให้เสื่อมเร็วกว่าอายุจริง ดร.วิลเลียม บี.ครอฟต์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของ Blue Cross Blue Shield of Michigan องค์กรประกันสุขภาพชั้นนำของสหรัฐอเมริกา อธิบายว่าการเริ่มดูแลสมองตั้งแต่เนิ่นๆสามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะความจำเสื่อมและโรคสมองเสื่อมเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุได้อย่างมากรู้จักอายุสมองอาจไม่เท่าอายุจริงของเรานักวิทยาศาสตร์มีวิธีประเมินที่เรียกว่าการวัดอายุสมองเพื่อดูว่าประสิทธิภาพโครงสร้างและการทำงานของสมองเราอ่อนกว่าหรือแก่กว่า อายุจริงมากน้อยเพียงใดตัวอย่างเช่น
- คนอายุ 52 ปี อาจมีความจำสมาธิและความเร็วในการคิดวิเคราะห์เทียบเท่าคนวัย 30 ปี
- ในทางกลับกัน คนอายุเพียง 60 ปีต้นๆก็อาจเริ่มจำเรื่องได้ช้าหรือประมวลผลข้อมูลได้ล่าช้ากว่าปกติ
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพันธุกรรมมีผลเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นส่วนปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเร็วในการเสื่อมของสมองมากที่สุดคือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้เอง
6 พฤติกรรมสำคัญช่วยชะลออายุสมอง ดร.วิลเลียม แนะนำว่าวิธีดูแลสมองให้แข็งแรงนั้น เชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพโดยรวม ดังนี้
- ออกกำลังกายเป็นประจำช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองโดยตรงส่งผลให้ความจำและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ดีขึ้น
- นอนหลับให้เพียงพอและมีคุณภาพในขณะหลับสมองจะทำการกำจัดของเสียและโปรตีนอันตรายที่อาจสะสมจนก่อให้เกิดโรคทางสมองและฟื้นฟูเซลล์ประสาทให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- จัดการความเครียดให้เป็นความเครียดเรื้อรังทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายส่งผลทำลายความจำและสมาธิแนะนำให้ฝึกหายใจลึกๆทำสมาธิหรือหากิจกรรมผ่อนคลายจิตใจเป็นประจำ
- ฝึกใช้สมองอยู่เสมออย่าปล่อยให้สมองเฉื่อยชาลองเรียนรู้ทักษะใหม่ๆอ่านหนังสือ เล่นเกมฝึกคิดหรือทำกิจกรรมที่ท้าทายความคิดเพื่อเสริมความแข็งแรงของเซลล์ประสาท
- รักษาความสัมพันธ์และเข้าสังคมการพูดคุยกับผู้อื่นทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวเพื่อน หรือชุมชน เป็นการกระตุ้นสมองได้ดีอย่างหนึ่ง และช่วยลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าด้วย
- กินอาหารที่ดีต่อสมองเน้นผักผลไม้ธัญพืชไม่ขัดสีปลาและไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก หรือถั่วต่างๆหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหวานจัดและไขมันอิ่มตัวสูง
ข้อควรจำเพิ่มเติม
- การดูแลสมองไม่ใช่เรื่องยาก ไม่จำเป็นต้องรอจนป่วยหรือแก่แล้วค่อยเริ่ม
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆในวันนี้สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อสุขภาพสมองในอีก 10–20 ปีข้างหน้า
- หากพบว่ามีอาการความจำเสื่อมผิดปกติหรือสับสนบ่อยขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองและรับคำแนะนำเพิ่มเติม
Leave a Reply