ด่วนที่สุด!สธ.ประกาศให้อีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตรายยกระดับคุมเข้มคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดมีผลวันนี้!

กระทรวงสาธารณสุข ประกาศยกระดับมาตรการขั้นสูงสุดสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) โดยออกประกาศกำหนดให้เป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเพื่อเพิ่มอำนาจทางกฎหมายในการควบคุมและป้องกันโรคอย่างเข้มงวดมาตรการเชิงรุกคัดกรองเข้มข้นทุกช่องทางเข้าออกประเทศเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานและช่องทางเข้า-ออกทั่วประเทศยกระดับการทำงานดังนี้:

  • ตรวจสอบประวัติการเดินทาง: คัดกรองผู้เดินทางที่มาจากหรือเคยเปลี่ยนเครื่องในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคอีโบลาอย่างละเอียด
  • ตรวจวัดไข้และอาการ: หากพบผู้เดินทางมีไข้สูง หรือมีอาการเข้าข่ายสงสัยจะถูกแยกกักตัวและนำส่งโรงพยาบาลที่จัดเตรียมไว้ทันที
  • ระบบติดตามตัว: ผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงทุกคนต้องรายงานตัวและประเมินอาการตามระยะเวลาที่กำหนด

ทำความรู้จักโรคอีโบลาและอาการที่ต้องเฝ้าระวัง

โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคที่มีความรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูงติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือดสารคัดหลั่ง (เช่น น้ำลาย, เหงื่อ, ปัสสาวะ) หรืออวัยวะของผู้ติดเชื้อ/สัตว์ที่ติดเชื้อโดยมีอาการสำคัญที่ต้องสังเกต ดังนี้

  • มีไข้ขึ้นสูงเฉียบพลัน, อ่อนเพลียมาก
  • ปวดศีรษะ, ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ
  • มีอาการเบื่ออาหาร, อาเจียน, ท้องเสีย
  • อาการรุนแรง: มีผื่นขึ้น, การทำงานของตับและไตลดลง, มีเลือดออกตามผิวเงิน หรือเลือดออกในอวัยวะภายใน

หมอแนะข้อควรปฏิบัติและคำแนะนำสำหรับประชาชน

แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีรายงานการระบาดในประเทศแต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกการป้องกันตนเองล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

  1. หลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศหรือพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคอีโบลาในขณะนี้
  2. งดสัมผัสสัตว์ป่าไม่สัมผัสหรือกินเนื้อสัตว์ป่าดิบๆโดยเฉพาะสัตว์จำพวกค้างคาวแม่ไก่ ลิงหรือลิงไม่มีหางซึ่งเป็นพาหะนำโรค
  3. กินร้อนช้อนกลางล้างมือรักษาหมวดอนามัยส่วนบุคคลล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
  4. สังเกตอาการหลังเดินทางหากคุณหรือคนใกล้ชิดเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศภายใน 21 วัน แล้วมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดหัว หรือมีเลือดออกผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางอย่างละเอียดห้ามปกปิดข้อมูลเด็ดขาดครับ

กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องทุกคน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิดครับด้วยความห่วงใยและปรารถนาดี


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *