
การเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทางยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะการตรวจรักษาที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การตรวจจีโนมิกส์มะเร็งหรือการทดสอบการนอนหลับ (Sleep Test) ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านระยะทางค่าใช้จ่ายสูงและระยะเวลารอคอยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ยาวนานซึ่งในบางกรณีอาจหมายถึงโอกาสในการรักษาที่ลดลงอย่างไรก็ตามกำแพงเหล่านี้กำลังถูกทลายลง ด้วยโครงการ “Health at Home” ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง บริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด (SIVITT) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่นำนวัตกรรมการแพทย์ซับซ้อน “ออกจากโรงพยาบาล” และส่งตรงถึงบ้านประชาชนทั่วประเทศ
ผสานแพทย์เทคโนโลยีโลจิสติกส์ระดับชาติ
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ณ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเพื่อบูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์งานวิจัยเทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศเป้าหมายสำคัญคือการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพและเพิ่มโอกาสการรักษาที่แม่นยำให้กับคนไทยทุกพื้นที่
ตรวจจีโนมิกส์มะเร็งได้ง่ายไม่ต้องเดินทางไกล
ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ระบุว่าการตรวจยีนเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งรังไข่ เป็นเทคโนโลยีสำคัญของการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) แต่ในอดีตมีค่าใช้จ่ายสูงและเข้าถึงยากภายใต้โครงการนี้ ค่าใช้จ่ายในการตรวจจีโนมิกส์ถูกลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 2–3 แสนบาท เหลือประมาณ 65,000 บาท และผู้ป่วยสามารถเข้ารับการเจาะเลือดหรือเก็บตัวอย่างที่โรงพยาบาลใกล้บ้านก่อนให้ไปรษณีย์ไทยดูแลการขนส่งตัวอย่างชีวภาพด้วยระบบควบคุมอุณหภูมิและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลส่งตรงสู่ห้องปฏิบัติการของศิริราช
Health at Home ก้าวใหม่ของระบบสาธารณสุขยั่งยืน
แนวคิด Health at Home ไม่เพียงช่วยลดภาระของโรงพยาบาลขนาดใหญ่แต่ยังช่วยลดการเดินทาง ลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งผู้ป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ถือเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพควบคู่กับความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมผู้เชี่ยวชาญมองว่าโมเดลนี้อาจเป็นต้นแบบสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยในอนาคตที่ใช้นวัตกรรมดิจิทัล + โลจิสติกส์อัจฉริยะเพื่อดูแลประชาชนเชิงรุกตั้งแต่การคัดกรองป้องกันไปจนถึงการรักษาอย่างแม่นยำ คำแนะนำสำหรับประชาชน
หากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งหรือมีปัญหาการนอนหลับเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจเชิงลึกเพราะการรู้ความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรกคือกุญแจสำคัญของการป้องกันและรักษาที่ได้ผลดีที่สุด
Leave a Reply