
สาเหตุหลักที่ทำให้ตับอักเสบและเสี่ยงตับแข็ง
- ภาวะไขมันพอกตับ (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease: NAFLD)
- การกิน แป้ง ไขมัน และน้ำตาลมากเกินไป โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น ขนมปังขาว น้ำตาลทราย เครื่องดื่มหวานๆ ขนมอบต่างๆ
- น้ำตาลและแป้งส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันและสะสมในเซลล์ตับเมื่อสะสมมากขึ้นอาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบและนำไปสู่ภาวะตับแข็งได้
- โรคอ้วนและภาวะเมตาบอลิกซินโดรม
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน หรือโรคอ้วนมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งทำให้ตับทำงานหนักและเกิดการอักเสบเรื้อรัง
- โรคเบาหวานและภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- ในผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ตับจะผลิตไขมันเพิ่มขึ้นทำให้เกิดการสะสมของไขมันในตับ
- การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ
- เช่น ไวรัสตับอักเสบ B และ C ซึ่งสามารถทำให้เกิดการอักเสบของตับเรื้อรังและพัฒนาไปสู่โรคตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้
- การใช้ยาบางชนิดและสมุนไพรที่ส่งผลต่อตับ
- การใช้ยาเกินขนาด ยาแก้ปวดลดไข้ (เช่น พาราเซตามอล) ยาบำรุงบางชนิดรวมถึงสมุนไพรที่ไม่มีการควบคุม อาจทำให้ตับเกิดการอักเสบและเสียหายได้
- การรับสารพิษจากสิ่งแวดล้อม
- สารพิษบางชนิด เช่น สารเคมีในอาหารปนเปื้อน ยาฆ่าแมลงและการรับสารพิษจากมลภาวะต่างๆ สามารถทำลายเซลล์ตับได้
คำแนะนำเชิงการแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพตับ
- ควบคุมอาหาร ลดแป้ง น้ำตาล และไขมัน
- เลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชเต็มเมล็ด ผัก และผลไม้ที่ไม่หวานจัด
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม ชานมไข่มุก น้ำผลไม้เข้มข้น
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- การออกกำลังกายช่วยเผาผลาญไขมัน ลดไขมันสะสมในตับและควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
- คุมไขมันในเลือดและน้ำตาลให้ปกติ
- หมั่นตรวจเช็คสุขภาพประจำปี และควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
- หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น และระมัดระวังการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง
- ใช้ยาอย่างระมัดระวัง
- ห้ามใช้ยาหรือสมุนไพรโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีผลข้างเคียงต่อตับ
- งดแอลกอฮอล์โดยสิ้นเชิง
- แม้ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์จะเป็นเพียงสาเหตุหนึ่ง แต่การหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ยังเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อลดความเสี่ยง
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ
- ช่วยให้ตับทำงานได้ดีขึ้น และกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตรวจสุขภาพตับเป็นประจำ
- การตรวจค่าเอนไซม์ตับ (Liver Function Test) หรือทำอัลตราซาวด์ตับจะช่วยให้ทราบถึงภาวะความผิดปกติของตับได้ตั้งแต่ระยะแรก
แม้จะไม่ดื่มเหล้าแต่หากยังรับประทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล และไขมันสูง รวมถึงละเลยการออกกำลังกายก็สามารถทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับนำไปสู่ตับอักเสบและตับแข็งได้เช่นกัน ดังนั้นควรดูแลตับให้แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสมควบคุมน้ำหนัก และตรวจสุขภาพตับเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
Leave a Reply