
หลายคนอาจไม่รู้ว่า “ตับ” คืออวัยวะที่ทำงานหนักที่สุดชิ้นหนึ่งในร่างกายเหมือนโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่คอยทำหน้าที่สำคัญทั้งผลิตสารที่จำเป็นสร้างภูมิคุ้มกันควบคุมระดับสารต่างๆและกำจัดของเสียรวมถึงสารพิษออกจากร่างกายให้เราได้ใช้ชีวิตต่อไปแม้ตับจะมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองได้ดีและทนทานมากแต่กลับมีจุดอ่อนที่น่ากลัวที่สุดคือไม่ชอบบอกป่วยเมื่อเริ่มเกิดความเสียหายหรือผิดปกติในระยะแรกตับแทบจะไม่แสดงอาการอะไรให้รู้เลยคนส่วนใหญ่มักจะรู้ตัวอีกทีเมื่อตรวจคัดกรองสุขภาพหรือเมื่อความเสียหายลุกลามจนเป็นมากแล้ว เช่น เป็นตับอักเสบตับแข็งหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมใดที่ “ทำร้ายตับ” โดยไม่รู้ตัว? ก่อนที่จะเกิดโรคต่างๆ กับตับมักจะมีพฤติกรรมและปัจจัยกระตุ้นสะสมมานาน ดังนี้ครับ
พฤติกรรมการกิน
- กินอาหารรสจัดมันเค็มหวานจัดโดยเฉพาะอาหารทอดน้ำมันอาหารแปรรูปและน้ำตาลมากเกินไปทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้ง่าย
- กินของหมักดองอาหารขึ้นรา เช่น ข้าวโพด ถั่ว หรือผลไม้ที่เก็บนานจนขึ้นรามีสารอฟลาทอกซินที่เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งตับ
- ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำแอลกอฮอล์เป็นพิษโดยตรงต่อเซลล์ตับยิ่งดื่มต่อเนื่องยิ่งทำให้ตับอักเสบตับแข็งเร็วขึ้นหลายเท่า
- กินยาสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ถูกวิธีการกินยาเกินขนาดยาชุดยาหม้อที่ไม่ใช่แพทย์สั่งหรือสมุนไพรที่มีส่วนผสมอันตรายก็ทำให้ตับทำงานหนักจนล้มเหลวได้
ปัจจัยอื่นๆ
- การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เช่น ไวรัสบีและซีที่ติดต่อผ่านทางเลือดเพศสัมพันธ์หรือจากแม่สู่ลูก
- น้ำหนักเกินมาตรฐาน / เบาหวาน / ไขมันในเลือดสูงเป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับต้นๆของภาวะไขมันพอกตับโดยไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์
- พักผ่อนไม่พอเครียดสะสมทำให้ระบบเผาผลาญและการซ่อมแซมตัวเองของตับทำงานได้ไม่เต็มที่
ค่าตับแบบไหนถือว่าผิดปกติและอันตราย?
เวลาไปตรวจสุขภาพมักจะดูค่าเอนไซม์ตับหลักๆ 2 ตัว ดังนี้ครับ (ค่ามาตรฐานอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามห้องปฏิบัติการ)
Table
| ชนิดค่าตับ | ค่าปกติโดยประมาณ | ความหมายเมื่อค่าสูงผิดปกติ |
|---|---|---|
| AST (SGOT) | ผู้ชาย: 15–40 U/Lผู้หญิง : 10–36 U/L | อาจบ่งบอกว่าเซลล์ตับถูกทำลายหรือมีปัญหาที่หัวใจ กล้ามเนื้อ |
| ALT (SGPT) | ผู้ชาย: 10–40 U/Lผู้หญิง : 7–35 U/L | เป็นค่าที่บ่งชี้ความเสียหายของตับได้ชัดเจนที่สุด เช่น ตับอักเสบ ไขมันพอกตับ |
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
- หากค่าสูงเกินเกณฑ์ปกติ 1–2 เท่า อาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนตรวจกินยา หรือพักผ่อนไม่พอ
- หากค่าสูงเกิน 3 เท่าขึ้นไป หรือตรวจซ้ำแล้วยังสูงต่อเนื่องมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคตับอักเสบตับอักเสบจากไวรัสหรือความเสียหายเรื้อรังควรรีบปรึกษาแพทย์
- นอกจากนี้ยังมีค่าอื่นๆที่แพทย์จะพิจารณาร่วมด้วย เช่น ค่าบิลิรูบิน ค่าอัลบูมิน และการตรวจอัลตราซาวด์ตับครับ
คำแนะนำดูแลตับให้แข็งแรงยาวนาน
- กินอาหารครบ 5 หมู่ ลดของทอด หวานจัด เค็มจัด เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืช
- งดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยที่สุด
- กินยาและสมุนไพรตามคำแนะนำแพทย์เท่านั้นอย่าซื้อกินเองต่อเนื่องนานๆ
- ควบคุมน้ำหนักและตรวจเบาหวานไขมันในเลือดเป็นประจำ
- ตรวจคัดกรองสุขภาพประจำปีโดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงควรตรวจค่าตับและตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี ซี ทุกปี
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีหากยังไม่เคยเป็นและไม่มีภูมิคุ้มกัน
สรุป: ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานอย่างเงียบๆจนกว่าจะเสียหายมากดังนั้นอย่ารอให้มีอาการป่วยแล้วค่อยไปหาหมอเริ่มปรับพฤติกรรมและตรวจสุขภาพแต่เนิ่นๆจะดีที่สุด
Leave a Reply