ตัวเลือกมากไป คิดอะไรไม่ออกParadox of choice ตัวเลือกยิ่งเยอะยิ่งต้องคิดหนัก

ผมมีปัญหากับร้านอาหารตามสั่งที่ผมบอกว่ามีปัญหานั้นไม่ได้หมายความว่าผมไม่ชอบร้านอาหารตามสั่งนะครับ กลับกันเลยแทบทุกมื้อผมกินข้าวจากร้านอาหารตามสั่งมาตลอด ซึึ่งผมก็มักจะวนเวียนอยู่กับเมนูเดิม ๆ ผัดกะเพราหมูสับ คะน้าหมูกรอบ บอกเลยครับว่าไม่ได้อะไรหลากหลายนักซึ่งนั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ผมมีกับร้านตามสั่ง ในขณะที่ร้านอาหารตามสั่งมีเมนูให้เลือกมากมาย หรือจะบอกให้แม่ครัว พ่อครัวใส่นั่นี่เพิ่มไปก็ยังได้ แต่ผมกลับเลือกไม่ถูกว่าจะสั่งอะไรจนท้ายที่สุดก็วนกลับมาหาเมนูเดิม ๆ ที่ผมกินประจำ
ผมมีปัญหาเดียวกันนี้กับร้านอาหารในฟู๊ดคอร์ส ปัญหานี้อาจหนักกว่าร้านอาหารตามสั่งอีกจนผมแทบไม่ไปกินอาหารในฟู๊ดคอร์สเท่าไหร่นัก และปัญหาที่ผมมีคือการที่มันมีตัวเลือกมากเกินไปหลายคนอาจนึกสงสัยขึ้นมา (แต่ผมเชื่อว่าหลายคนอาจเข้าใจความรู้สึกผม) ว่าทำไมการมีตัวเลือกให้เราถึงเป็นเรื่องไม่ดี แน่นอนครับการมีทางเลือกเป็นสิ่งที่ดี แต่ในบางกรณีก็อาจไม่เสมอไปแต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่ชอบการเลือกอาหารในฟู๊ดคอร์ส หรือร้านอาหารตามสั่งคือสิ่งที่เรียกว่า Paradox of choice

Paradox of choice คือมุมมองทางจิตวิทยาที่มีต่อความย้อนแย้งในการรับมือกับตัวเลือกที่หลากหลาย เรามักคิดว่าการมีตัวเลือกมากมายนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่กลับกันเมื่อเราเผชิญหน้ากับตัวเลือกที่หลากหลาย เรากลับไม่สามารถตัดสินใจได้ วิตกกังวลกับตัวเลือกของตัวเอง และกลัวว่าจะเลือกอะไรผิดไปและนั่นคือสิ่งที่ผมเจอในมื้อเที่ยงมาว่ากันต่อเรื่องของความย้อนแย้งในการเผชิญหน้ากับตัวเลือก Paradox of choice คือแนวคิดที่ถูกนำเสนอขึ้นในหนังสือ The Paradox of Choice – Why More Is Less ซึ่งเขียนโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกันชื่อดัง แบรี ชวาร์ช (Barry Schwartz) แบรีเชื่อว่าการที่คนเรามีทางเลือกนั้นเป็นเรื่องดี แต่เมื่อเขาได้สังเกตบรรดาคนที่มีอิสระ และทางเลือกมากมาย เขากลับเห็นว่าทางเลือกนั้นไม่ได้ให้ประโยชน์ในเชิงจิตวิทยากับผู้คนมากนักแต่นั้นไม่ได้หมายความว่าแบรีเชื่อว่าเราไม่ควรมีตัวเลือก หรือให้ผู้อื่นเลือกสิ่งใดกับเรา แบรีเชื่อว่าการมีทางเลือกนั้นมีประโยชน์ แต่ถึงเพียงจุดหนึ่งเท่านั้น หากเปรียบเป็นกราฟ แนวคิดของแบรีเชื่อว่ากราฟความพึงพอใจของผู้คนจะเพิ่มขึ้นตามตัวเลือกที่เขาได้รับ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งกราฟของความพึงพอใจนั้นจะหักลง และการเพิ่มตัวเลือกเข้าไปกลับจะยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกแย่ลงไปอีกแทนเหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเป็นเพราะผู้คนมีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลที่จำกัด เราสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดจากตัวเลือกที่จำกัดได้ โดยใช้ตัวแปรในการประเมินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป้นประโยชน์ ความคุ้มค่า รสนิยม หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่มีความหมายกับคุณแต่เมื่อตัวเลือกมากขึ้น ปัจจัยต่าง ๆ ที่เราประเมินก็ไม่สามารถใช้ตัดสินกับตัวเลือกทั้งหมดได้แล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคืออาการที่เรียกว่า Decision Paralysis หรืออัมพาตในการตัดสินใจเมื่อตัวเลือก และปัจจัยในการเลือกมีมากเกินกว่าจะรับไว้ ความสามารถในการตัดสินใจของเราจะเป็นอัมพาตในชั่วขณะ ในจังหวะนั้นคุณอาจจะทำอย่างไรกับตัวเลือกที่มีก็ได้ อาจจะเลือกไปอย่างมั่ว ๆ ตอบใช่เอาก่อน ปฏิเสธที่จะตัดสินใจ หรือเดินออกมาดื้อๆ คุณเคยเจอประสบการณ์เช่นนี้ไหมครับ คุณกำลังเลือกซื้อสินค้าซักชิ้นหนึ่งอยู่ ผมสมมติว่ามันคือหนังสือ คุณเลือกอยู่ในร้านหนังสืออยู่นานจนเจอเล่มที่คุณชอบ แต่เมื่อคุณเดินไปชำระเงิน พนักงานที่เคาท์เตอร์ก็แนะนำคุณว่า “เรากำลังจัดโปรซื้อ 2 เล่มลด 15% อยู่นะครับ สนใจรับเล่มที่สองไปด้วยไหม”
ดูเป็นโปรโมชั่นที่ดี แต่คุณกลับรู้สึกอื้อหลังจากที่ถูกบอกว่าซื้ออีกเล่มแล้วจะคุ้มกว่าและตัดสินใจไม่ซื้อหนังสือซักเล่มแล้วเดินออกมาดื้อๆ แม้จะดูเป็นสถานการณ์ที่แปลกแต่สิ่งนี้อาการของ Decision Paralysis คุณใช้เวลาไปกับการตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มแรกไปแล้ว และจู่ ๆ กลับมีทางเลือกใหม่มาให้คุณตัดสินใจ ว่าคุณจะซื้อเล่มที่สองไหมเล่มที่สองจะซื้ออะไร หรือจะซื้อไปแค่เล่มเดียวเอง ในจังหวะนั้นสมองของคุณอัมพาตในการตัดสินใจและทำให้คุณวางหนังสือที่คิดจะซื้อไว้แล้วเดินออกไปดื้อๆ ความจริงแล้วในสถานการณ์นั้นสามารถเกิดผลในรูปแบบอื่นได้ เช่นคุณอาจไม่สนใจข้อเสนอของพนักงานแล้วจ่ายตังค์เล่มแรกไปเลย หรือตัดสินใจซื้อเล่มที่สองโดยไม่ได้ยั้งคิดว่าจำเป็นหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นคือ สมองของคุณไม่พร้อมที่จะตัดสินใจในตัวเลือกใหม่นี้ ทั้ง Paradox of choice และอาการ Decision Paralysis คือสิ่งที่ทำให้การมีตัวเลือกที่น้อยกว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่าในบางครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจสิ่งที่ผมเจอในร้านอาหารตามสั่ง เเละฟู๊ดคอร์ส คือสิ่งที่ผมไม่รู้สึกมากนักในร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ด เพราะสิ่งเหล่านี้ถูกคำนวนมากแล้ว หากผมเดินเข้าแมคโดนัลด์ หรือเบอร์เกอร์คิง ผมมีตัวเลือกแค่ว่าผมจะกินเบอร์เกอร์อะไร เอาเฟรนซ์ฟรายไหม น้ำอัดลมหรือเปล่า และเครื่องเคียงอื่น ๆ นอกจากนี้ร้านยังมีทางออกง่ายๆ ให้เมื่อผมตัดสินใจไม่ถูก ด้วยเมนูแนะนำ ที่เหมือนกับกำลังจิ้มบอกผมว่า “คิดไม่ถูกเหรอ สั่งนี่สิ” ตัวเลือกเป็นสิ่งสำคัญ และเราต่างชอบที่จะมีตัวเลือก แต่ในบางครั้งตัวเลือกที่มากเกินไปก็อาจทำให้เราเลือกอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก และนี่คือเหตุผลที่สำหรับทางเลือก น้อยคือมาก (Less is More) ขอให้สนุกกับการเลือก

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=754320136729120&set=a.630751835752618


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *