
เรารู้กันดีว่าผู้นำที่ดีต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) โดยต้องมีการตระหนักรู้ในตนเอง ควบคุมตนเองให้ได้ มีแรงจูงใจในการทำงาน มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และมีทักษะทางสังคมที่เชื่อมสัมพันธ์อันดีกับคนอื่น เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ผู้นำขาดไม่ได้
เดวิด แมคเคลแลนด์ (David McClelland) นักวิจัยด้านพฤติกรรมมนุษย์และองค์กร ได้ทำการศึกษาพบว่า ผู้นำที่มี EQ ผลการทำงานของทีมจะสูงขึ้นกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้นำที่ไม่มี EQ ในระดับที่ส่งผลได้ จะปฏิบัติงานได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 20 เปอร์เซ็นต์ไม่เพียงแค่นั้นก ารศึกษาพบว่า อารมณ์ของผู้นำยังส่งต่อไปถึงเหล่าพนักงานในองค์กรอย่างมีนัยอีกด้วย หากผู้นำอารมณ์ดี ภาพรวมของคนในองค์กรจะอารมณ์ดีเช่นกัน เป็นการยืนยันว่า อารมณ์ของผู้นำมีผลต่อการดำเนินการและผู้คนในองค์กรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอารมณ์ด้านบวก
อย่างไรก็ตาม ผู้นำก็เป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีความรู้สึกเช่นคนทั่วไป บ่อยครั้งอาจมีช่วงเวลาที่ทำให้ต้องเข้าสู่ภาวะอารมณ์เชิงลบได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอารมณ์โกรธ ที่มักเกิดขึ้นในที่ทำงาน จึงเป็นเหตุที่ผู้นำต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์เชิงลบของตนให้เหมาะสม
ทำไมต้องรู้จักควบคุมตัวเอง การเข้าใจตัวเองเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่การบริหารจัดการอารมณ์ของตนเอง และเป็นสิ่งที่ แดเนียล โกลแมน (Daniel Goleman) จากมหาวิทยาลัยรัตเจอร์ (Rutger University) เรียกว่า ‘การรู้จักควบคุมตัวเอง’ (self-regulation) มีความสำคัญ 3 ประการ คือ
1. อารมณ์ของผู้นำเป็นสิ่งที่คนในองค์กรรับรู้ได้ และยังส่งผลต่อคนรอบตัว กลไกดังกล่าวเรียกว่า ‘อารมณ์ระบาด’ (mood contagion) เช่น เมื่อผู้นำเครียด ทีมจะเครียดไปด้วย เป็นต้น ภาวะทางอารมณ์ระบาดขึ้น เพราะอารมณ์สื่อถึงกันทางจิตใจ ผ่านระบบเปิดที่เป็นผลของระดับฮอร์โมน อัตราการเต้นของหัวใจ การนอน และระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกายของเราตอบสนองต่อสัญญาณเหล่านี้โดยอัตโนมัติ โดยจะก่อตัวเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ ซึ่งมีทั้งบวกและลบ
2. ความมั่นคงทางอารมณ์จะทำให้ ผู้นำตั้งคำถาม และไม่ด่วนตัดสินใจ ทำให้ไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ หรือตัดสินใจโดยขาดการยั้งคิด ความสามารถในการตั้งสติในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน คือสิ่งที่ช่วยให้ผู้นำตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิผลในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
3. การรู้จักควบคุมตัวเองเป็นพื้นฐานของคุณธรรม หมายถึงการต้องควบคุมแรงกระตุ้นภายในใจให้ได้ เพื่อสามารถปฏิเสธสิ่งเย้ายวนที่ขัดต่อจริยธรรมและอาจสร้างความเสียหายต่อการงานหรือองค์กร การกระทำนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมายก็ได้ เช่น การใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้คนใกล้ตัว มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงาน หรือผิดคำพูดตัวเอง เป็นต้น หากเป็นเช่นนั้น คุณก็กำลังสูญเสียความเคารพและความมั่นใจที่สมาชิกในทีมมอบให้ โดยความเครียดคือตัวการสำคัญที่ทำให้เราแสดงพฤติกรรมที่แย่ออกมาในที่ทำงาน ดังนั้น การรู้จักควบคุมตัวเอง จึงมีความสำคัญในสถานการณ์ที่มีความตึงเครียดสูง
3 ขั้นตอน รับมือความโกรธ เมื่อต้องเจอกับสิ่งที่ทำให้รู้สึกโกรธหรืออารมณ์เชิงลบ ผู้นำมักสูญเสียความสามารถในการควบคุมตัวเอง เช่น ผู้นำอาจตวาดพนักงานเมื่อถูกขัดจังหวะในการพูดในที่ประชุม จนทำให้ไม่สามารถอธิบายความคิดในการนำเสนองานในที่ประชุมต่อไปได้ เป็นต้น ลิซา ไล (Lisa Lai) นักกลยุทธ์และผู้ฝึกสอนผู้บริหาร แนะนำ 3 ขั้นตอน ที่จะช่วยให้ผู้นำตั้งสติหรือดึงสติที่หลุดไปกลับมาเมื่อต้องเจอกับอารมณ์โกรธหรืออารมณ์เชิงลบต่างๆ ดังนี้
ยอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและหาสาเหตุ ให้คุณยอมรับอารมณ์ที่เกิดขึ้นและพยามทำความเข้าใจตนเองเป็นอย่างแรก สิ่งที่ทำให้รู้สึกเชิงลบล้วนมีสาเหตุที่มาที่ไปเสมอ เช่น ผู้นำอาจตอบสนองอย่างรุนแรงเมื่อรู้สึกถูกขัดจังหวะ สาเหตุอาจมาจากประสบการณ์เชิงลบจากที่ทำงานเก่า ซึ่งส่งผลให้รู้สึกโกรธทุกครั้งเมื่อเจอกับเหตุการณ์คล้ายกัน ฉะนั้น อย่าให้อารมณ์เหล่านี้มีอิทธิพลเหนือคุณ ลองค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของสิ่งที่ทำให้โกรธ ไม่ให้สิ่งนั้นเข้ามามีบทบาทในปัจจุบัน
ดึงตัวเองออกจากสถานการณ์ที่เป็นปัญหา เมื่อรู้สึกไม่พอใจ เพราะคุณอาจรู้สึกว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับตัวเอง และอาจไม่รู้ว่าเหตุใดเพื่อนร่วมงานจึงแสดงพฤติกรรมเช่นนั้น (ที่ทำให้คุณต้องรู้สึกโกรธ) ออกมา ให้พยายามลองนึกว่า ตนเองเป็นผู้ชมที่กำลังนั่งมองสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากข้างนอก และพิจารณาดูว่า คนเหล่านั้นจะทำอย่างไรต่อไปกับสถานการณ์นั้น
กำหนดวิธีตั้งสติเพื่อดึงตัวเองกลับมา อารมณ์ที่กำลังเดือดจะทำให้ขาดสติ ให้หาวิธีขยับร่างกายเพื่อดึงสติตัวเองกลับมา เช่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หรือกำปากกาที่อยู่ในมือให้แน่น เป็นต้น การขยับร่างกายจะช่วยดึงความสนใจให้กลับมายังปัจจุบัน เป็นวิธีการที่คุณกำหนดขึ้นเพื่อทำทุกครั้งเพื่อดึงสติตนเองบางครั้งคุณอาจระเบิดอารมณ์ออกไปแล้ว แต่ไม่สายที่จะเรียกสติกลับมา และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวขอโทษ พร้อมพยายามอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นว่า คุณรู้สึกอะไร เพราะอะไร อาจเป็นการยากที่จะย้อนกลับไปสำรวจอารมณ์ที่เป็นต้นเหตุของพฤติกรรมตนเอง แต่ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า คนจะเห็นอกเห็นใจและให้อภัยเมื่อคุณอธิบายอารมณ์ของตนเองออกมาอย่างเหมาะสม
สรุปคือ อารมณ์ของผู้นำมีผลต่อคนในองค์กรอย่างมาก เมื่อเกิดความเครียด คนในทีมก็เครียดไปด้วย ผู้นำจึงจำเป็นต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดี ทั้งนี้ ไม่ใช่การห้ามมีความรู้สึกโกรธหรือรู้สึกเชิงลบอื่นๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความมั่นคงทางอารมณ์ตลอดเวลาแต่ให้ยอมรับในความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้น พิจารณาหาสาเหตุ และดึงสติตัวเองกลับมาให้ได้ เพื่อแสดงออกอย่างเหมาะสมให้สอดคล้องตามสถานการณ์ที่ควรเป็น ตัวอย่างเช่น เมื่อรู้สึกโกรธ การตวาดด้วยความโมโหไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก ผู้นำที่ดีควรดึงสติกลับมาจากความรู้สึกเชิงลบนั้น และหาสาเหตุว่า เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น และสื่อสารกับทีมงานว่าคุณรู้สึกอะไรอยู่ เพราะอะไร และหาวิธีอื่นๆ แก้ปัญหาร่วมกันกับทีมต่อไป หากทำผิดพลาดด้วยการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมไปแล้ว ต้องดึงสติกลับมาโดยเร็ว และอย่าลืมที่จะขอโทษอย่างจริงใจด้วย อย่าลืมว่า อารมณ์ของผู้นำไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเท่านั้น แต่ส่งผลต่ออารมณ์ของผู้คนในองค์กร ไปจนถึงผลประกอบการทางธุรกิจอีกด้วย ฉะนั้น การควบคุมอารมณ์ให้ดีจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
เขียนโดย Phoothit Arunphoon
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=768163902011410&set=a.630751835752618
Leave a Reply